วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

22-23 Dec:หนังสือเพื่อเฉลิมพระเกียรติ


เมื่อวานสอนทั้งวัน และเป็นเรื่องแปลกใจ ที่มีอจ.ที่ไม่ได้เจอกันนานมากมาหา เราอยู่คนละคณะกันก็มาคุยถามข่าวกันและมาบอกข่าวน่ายินดีด้วยคืออจ.ท่านนี้เปิดโรงเรียนดนตรี ก็ดีใจด้วยที่ก่อนเกษียณมีธุรกิจรองรับ เราก็บอกว่าธุรกิจก็คือธุรกิจที่ต้องทำกำไร แต่ในเมื่อใช้ชื่อโรงเรียนด้วยก้คงต้องตั้งวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความรู้ที่ให้ต้องนำไปสู่การขัดเกลาจิตใจให้เยือกเย็น อ่อนโยนแต่มีสมาธิตั้งมั่น ไม่ไช่เพื่อการแข่งขัน ตอนนี้อะไรๆก้แข่งขันจนเยาวชนเข้าใจและเคยชินกับการแข่งกัน ทำทุกอย่างเพื่อเปรียบเทียบใครดีกว่าใคร ใครชนะใคร ในอดีต ดนตรีเรียนเพื่อฝึกตน ให้จิตใจอ่อนโยน กีฬาเรียนเพื่อให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย  และให้สุขภาพแข็งแรง ลดเครียด ตอนนี้เกือบลืมวัตถุประสงค์จริงๆไปหมดแล้ว  อจ.ท่านน้นก็คุยให้ฟังเรื่องการซื้อของ การประมูลอุปกรณ์ต่างๆของมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้มีการฮั้วเป็นทีมมากขึ้น ไม่กินเดี่ยว กินกันเป็นทีม ส่งต่อกันแบบ Amway direct sell ที่มี upline downline และแก้ล็อกสเปค ให้บริษัทไหนเข้าได้ หากผิดเป้าก็หาเรื่องกีดกันอื่นๆจนได้  เราโชคดีมากที่อยู่ท่ามกลางกองขี้ แต่ระวังตัวมากที่จะไม่ให้เปื้อน แค่กลิ่นในนั้นยังแย่เลย

จริงๆเรื่องแบบนี้หลายคนคงบอกว่ามีทุกแห่ง แต่ที่เราแปลกใจว่าที่ๆเราอยู่นี่คือมหาวิทยาลัยที่อ้างเป็นข้าแผ่นดิน เป็นครู อาจารย์ แต่ไม่ละอายที่จะโกงกินเงินภาษีแผ่นดินที่จะต้องใช้ซื้อวัสดุอุปกรณ์การศึกษาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ โจรขโมยก็ขโมยของเป็นบ้านๆ แต่พวกข้าราชการที่โกงกินภาษีแผ่นดิน คอรัปชั่นถือว่าโกงกินคนไทยทั้งชาติเลยทีเดียว หลบการคุยกับคนในนั้นมานานมาก มารู้เรื่องราวมากมายอีกครั้งรังเกียจจริงๆที่ทำได้ ไม่เข้าใจจริงๆจิตใจทำด้วยอะไร พื้นฐานชีวิตเป็นยังไง โกงกระทั่งวัสดุการเรียนของลูกศิษย์ตัวเองได้

เมื่อวานสอนทั้งวันระหว่างสอนมีคอจ.มาหาทั้งหมด 4  ราย มาแจกการ์แต่งงานด้วย อีกรายขอนัดทานข้าวกัน 4 คน วันนี้นัดเลี้ยงอจ.น้องๆในโปรแกรมด้วย /อ.อุ๊ ให้สคส

วันนี้ตามเรื่องโครงการเขียนหนังสือเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ที่ไม่รู้ข่าว และหมดเขตการส่งไปแล้ว จึงไปถามคณะ จนท.บอกให้ส่งชื่อหนังสือได้ถึงวันนี้ ก็เลยคิดๆๆๆค้นๆๆ ว่านอกจาก "มลพิษสวล." ที่เป็นตำราแล้ว น่าจะเขียนเรื่องอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากได้ (หากอ่าน) ด้วยความตั้งใจมั่นที่จะใช้โอกาสนี้เขียนหนังสือในสาขาที่ตัวเองถนัดและชอบค้นไปค้นมาอยู่เกือบสองชั่วโมง อยู่ดีๆชื่อวิ่งเข้าในหัว...."โลกสีเขียว Go Green" ปีหน้ามีงานเขียนเพิ่มรอคิวอีก  2 เล่ม คงต้องเปิดบล็อกใหม่ไว้เขียนเรื่องนี้โดยเฉพาะแยกออกไป เพราะทั่วๆคงไม่มีใครอยากอ่านเรื่องจริงจัง แนววิทยาศาสตร์ มากนัก แต่ส่วนตัวเราแค่คิดจะเขียนก็สนุกแล้ว คิ คิ อยากมีมือเยอะๆจะได้ชวยพิมพ์ทัน โลกยุคหน้าน่าจะมี ประเภทเพียงแค่พูดอักษรก็ปรากฎบนจอคอมฯ แต่ที่แย่คือการจัดการ และข้อมูลไม่มีใครรู้เรื่องเราขอรู้ 2 อย่างคือ ขนาดหนังสือ และจำนวนหน้ามีข้อระบุกำหนดหรือไม่ ไม่มีจนท.คนใดหรือรองฯคนใดรู้ นอกจากต้องถามคณบดีคนเดียว เราก็บอกว่าก็ถามเลยเพราะไม่รู้ข้อมูลได้อย่างไร จนท.บอกว่าคณบดีประชุมต้องรอถามก่อน เฮ!! ลิเก ตามเคย