วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

16 Feb: ปิดcourse อีกแล้ว/ ไกล้ลาออกจากมหาวิทยาลัยด้อยคุณภาพ

ที่มาภาพ campusprogress.org

วันนี้สอนทั้งวัน ปิด course ทันทั้งสองวิชาวันนี้รู้สึกเพลียๆทั้งบ่ายไม่ร้เป้นไง สงสัยไม่ได้กาแฟ ผ่านไปอีกเทอมแล้วเร็วจังเลย ถ้าคำนวนไม่พลาดเทอมหน้า ปีการศึกษาหน้าเราควรจะหมดเวลาใช้ทุนแล้ว  หากไม่มีเหตุขัดข้องอันใดก็ถึงเวลาออกจากราชการเสียที ใจจริงเราไม่อยากออกจากราชการอยากทำประโยชน์ให้ราชการต่อ แต่รังเกียจการบริหารที่ไร้คุณภาพ(ไม่สนใจคุณภาพของการศึกษา) เห็นเด็กเป็นตัวทำรายได้อย่างเดียว ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ การประเมินของพวกที่มาๆกันก็รู้ๆอยู่ว่ากรรมการพวกนั้นคืออะไร ประเภทลิงผลัดกันเกาหลัง หรือไม่ก็ประเภทตามน้ำ แกล้งโง่ (หรือเปล่า) จึงดูไม่ออก หรือประเภทพวกรถไฟขบวนสุดท้ายตรวจเข้มก็ตกงาน นั่นหมายถึงขาด...ด้วย เอาแต่ดูเอกสารที่ปั้นแต่ง ทำทุกอย่างเพื่อให้มีครบตามค่าKPI ที่กำหนดไว้ไม่ตั้งใจทำงานให้สมหน้าที่กันเลย น่าอนาถจริงๆ ...ออกจากที่นี่ได้ จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องมั่ว.. เรื่องกกกก ทั้งเชิงนโยบายและเอาแบบตรงๆ สงสารภาษีแผ่นดิน และการศึกษาชาติจริงๆ เพราะมีสถาบันแบบนี้การศึกษาชาติและการพัฒนาท้องถิ่นจึงถอยหลังลงคลองทุกวันๆ น่าสงสารเด็กทุกรุ่นที่ยังเรียนแบบไม่มีเครื่องมื่อเฉพาะสาขา ไปฝึกงานปีนี้ก็ได้คำบ่นมาจมเลย จากพี่เลี้ยง เฮ้อ!  อยากให้ผู้บริหารหลายสิบคนที่ไปดูงานที่ตุรกี (ดูงานอีกแล้ว) มาดูงานในมหาวิทยาลัยของตัวเองบ้างเดินดูให้เห็นของจริง ตึกที่เราอยู่อธิการยังเดินขึ้นมาไม่ถึงน่าเอ็นดูจริงๆ

อากาศร้อนมากๆ กลับบ้านตกใจเจ้าวันวาไม่รู้ไปคลุกน้ำที่ไหนโคลนดำเลอะระเบียงเต็มไปหมด  เดินดูเลยรู้ว่ามันคงลงไปคลุกในลำธารจำลองหน้าบ้าน หมาน้ำจริงๆ

วันนี้ช่างไฟไม่มาก็ดีจะได้พัก เราก็เหนื่อยกับช่างมาก เมื่อคืนหยีก็โทรมาเล่าเร่องช่างฝรั่งที่ทำบ้านให้เธอ ก็ทำให้เราต้องระวังเรื่องการตกลงว่าจ้างมากขึ้นเพราะมีผู้หยิงไทยที่แสดงตัวว่าเป็น girl fr จริงๆคือ wife ผู้หญิงอายุมากกว่าชายดูเธอคง 40 เศษ ชายน่าจะ 30 เศษ เธอมาบอกหยีขอเพิ่มค่าแรงจากสี่หมื่นเป็นแปดหมื่น

วันนี้ pa กลับมายังไม่เห็นรถของเรา ท่านทิมโทรมาเช้านี้ เชิญเราและlinkให้ไปร่วมงานบวชนาคงานแรกของท่าน เบิกฤกษ์การเป็นอุปัชฌาย์ครั้งแรกของท่าน

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

15 Feb: เฉี่ยวแล้วหนี


วันนี้เช้าช่างไฟมาทำงานต่อ ทำงานแบบมะงุมมะงาหราจริงๆ แต่ไม่เป็นไรเราต้องใจเย็นเมตตาเข้าไว้ วันนี้ยังสงสัยเลยว่าจะติดไฟ 6 หลอดนั้นใช้เวลากี่วัน ทำไปพูดคนเดียวไป link บอกว่าสงสัยเกิน 100 คิๆ พรุ่งนี้จะมาทำต่อเป็นวันที่ 4

บ่ายให้คนขับรถไปส่ง link วันนี้นศ.สัมมนาถึงเย็น 17.45 น. ระหว่างนั้นต้องผลัดเวรมาอยู่กะช่างไฟ ให้คนขับไปส่ง link แล้วให้เอารถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เขาโทรมาถามว่าจะเอารถไปอัดฉีดได้ไหม เราบอก ok  ตอนเกือบบ่ายสามก็โทรมาบอกเราว่า ให้เราโทรหาตำรวจให้ดักรถวีโกเขียนข้างๆว่าอบต.แหลมทราย เพราะเฉี่ยวชนแล้วหนี กำลังไปทางบางใหญ่ และเขากำลังขับไล่ตามอยู่ เราเลยรีบตั้งสติจะโทรหาใครบ้าง โทรหาตำรวจทางหลวง 1193 ด้วยความไม่มีหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือหรอก ก็แจ้งให้เขาช่วยสกัดจับ  แจ้งผู้กว้างขวางของเรา ปรากฎว่าไม่รับสาย สงสัยประชุม แจ้งประกันต่อ แล้วแจ้งผู้ใหญ่ สักครู่ผู้กว้างขวางโทรมา บอกอยู่ที่สถานีตำรวจแล้วให้คนขับมาได้เลยจะจัดการตามตัวคนขับคนนั้น บอกว่าชนแล้วหนีเอาให้หนัก เราก็บอกว่าแจ้งความก่อนจะได้ไม่มีปัญหาในภายหน้า คนขับไปถึงก็คุยกัน และยืนยันว่ารถอบต.แหลมทรายชนแน่นอนเพราะมีสติกเกอร์ติด เลยโทรตรวจสอบไปที่ชุมพร ปรากฎว่าทางโน้นจัดการสอบถาม ในที่สุดคนขับก็โทรมาหาผู้กว้างขวางของเรา คุยยอมรับบอกรีบมาประชุมที่ศาลากลาง และกลายเป็นคนคุ้นเคยของผู้กว้างขวางอีก เขาเลยโทรมาขอร้องว่าอย่าแจ้งความเลย เขายอมรับผิดชอบ เราบอกให้ผู้กว้างขวางจัดการตามเห็นสมควร คนขับเป็นทนายความเสียด้วยไม่น่าเชื่อ!  และบอกให้สอนด้วยอย่าทำเช่นนี้อีกเฉี่ยวชนแล้วหนี ไม่ดีๆ เราไม่อยากจองกรรม ก็ยอมรับผิดก็แล้วไป คนขับเอารถกลับมาก็เลยเห็นว่าเฉี่ยวกระแทกเอาที่ล้อด้านขวาหลัง เพราเขาจะหักกลับเปลี่ยนใจจากออกขวามาเป็นเลี้ยวซ้ายเลยหักกลับเข้ามาเร็วไปหน่อยเลยเฉี่ยว หยุดกึก แล้วแซงหนีไปเลย ยอดมาก เฮ้อ! ใจคน

(มาบันทึกต่อ ว่าจนถึงบัดนี้ทนายความที่ขับรถอบต.แหลมทราย ชุมพร คนนั้น ก็ยังไม่ได้ทำตามคำพูดที่บอกไว้กับผู้กว้างขวางเลย แต่ไม่เป็นไร เพราะงานนี้เราไม่เอาเรื่องเพราะเกรงใจผู้ที่มาขอเราอีกท่าน แต่การที่เขาผิดคำพูดที่ให้ไว้ อกุศลกรรมก็บังเกิดกับเขานับแต่นั้นแล้ว กลายเป็นคนผิดสัจจะที่กล่าวไว้อีก น่าสงสารจริงๆ มึความรู้แต่ขาดสำนึกที่ดี....13 เม.ย.)

เย็ยเราไปรับ link กลับบ้าน แล้วไปวัดต่อวันนี้วันพระเลยได้สวดมนต์ 2 ชั่วโมงเศษ นั่งสมาธิต่ออีกเล็กน้อย แล้วแผ่เมตตา เราอุทิศผลบุญไปหลายที่ แต่เจาะจงที่ larna กลับมากรวดน้ำให้เธออีก ปีมะโรงจ๋าอย่าดุนักเลย

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

14 Feb: surprise เล็กๆ


วันนี้ไปมหาวิทยาลัยตามปกติ เที่ยงไปทานสเต๊กปลา เย็นช่างไฟมาทำงานต่อ กลุ่มฮังการีมาดูบ้าน โตมาบ้าน

ไปซื้อทารต์ไข่ของ KFC  มา surprise สามีเล็กๆ :) สำหรับอาหารว่างยามบ่ายแก่ๆ (เย็น) ที่ไม่ทานข้าว

หมายเหตุ  บ้านนี้ไม่มีวันพิเศษอะไร ทุกวันคือปกติ
เพียงแต่วันนี้เขามีขายเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ของบางประเทศ จะซื้อดอกไม้ก็พ้นวัย หรือไม่ก็เป็น meepole ตัวปลอมซะแล้ว ซื้อทารต์ดีกว่าไม่แพงนักแถมได้กินอีก คิคิ

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

13 Feb: รัก larna นะ


เช้าตื่นต้มไข่เพื่อใส่บาตร เตรียมหมูทอด ด้วย ตักบาตรให้ larna และงู  ไปวัด ซื้อดอกไม้สดบูชาพระ

บ่ายช่างไฟมาติดตั้งไฟในสวนสนามหน้าบ้าน เพิ่มอีก 7 ดวง รั้วเปลี่ยนให้สว่างขึ้น เย็นแป่วเอาขาหมูต้มมาให้เด็กๆ กินกันเปรมไปเลย

วันนี้เขียนเรื่อง ส้วมไฮเทค..อ่านก่อนซื้อ http://meepole.blogspot.com/2012/02/blog-post.html


คุณสุพัฒน์โทรมาคุย จะขอให้ช่วยเรื่องธุรกิจสกัดสารจากขมิ้น ก็รับปากในส่วนงานวิชาการ ค้นเรื่องที่จะเริ่มต้นทำให้ อย่างอื่นไม่ยุ่ง เพราะไม่มีเวลาแบ่งให้ ชีวิตขอเวลาสำหรับ "การเป็นคน" ให้มากขึ้น

วันนี้ความรู้สึกดีขึ้น ไม่ไช่เพราะรู้จักคิดหรือตัดใจหรอก แต่เพราะคิดว่าพอที่จะไว้อาลัยในช่วงหนึ่ง ที่ต้องปล่อยให้เขาบ้างเดี๋ยวจะกลายเป็นหุ่นยนต์ไป  รู้ว่ารัก larna มาก ดีที่ตอนเขามีชีวิตเราทำดีเท่าที่ทำได้ แม้จริงๆอาจตามใจเขาได้มากกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้ทำ เช่นเขาชอบนั่งรถเล่น เราไม่ได้พาไป แต่อิสระในบ้านนั้นเต็มที่ และมีเวลาให้เขา พูดกับเขามากที่สุด พูดมากกว่าพูดกับคนหลายเท่านัก ให้กินทุกอย่างที่เรากิน ยกเว้นช็อกโกเล็ตที่หมากินไม่ได้  นี่เป็นการพิสูจน์ที่ใครๆก็พูดว่าตอนที่มีชีวิตอยู่ทำดีต่อกันให้มาก ตายไปจะได้ไม่เสียใจที่ไม่ได้ทำให้ต่อกัน สำหรับ larna เราถือว่าเขาโชคดีที่ได้รับความรักจากครอบครัวเราทุกคน เขามีความสุข และเขาทำให้เรามัความสุขเช่นกัน เป็นมิตรที่น่ารักที่สุด แล้วเราจะเขียนถึงเธออีกครั้งเมื่อโอกาสมาถึง วันนี้บอกบันทึกเพียงว่า ดีใจที่ชาตินี้ได้รู้จักและเลี้ยง larna ชาติภพใดที่ได้เกิดร่วมภพกันขอให้ได้เจอกันอีกทุกภพ รักนะ larna

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

12 Feb: รักนะ larna /ร้านซารัง


วันนี้เช้าไปตักบาตรให้ larna อีก เห็นตรงข้ามมีแผงหมูสด เลยข้ามไปซื้อกระดูกหมูมาต้มให้เด็กๆ 4 ตัวรวมเจ้าสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเอามาศุกร์ที่ 10 กพ. ตั้งชื่อว่า ซันวา (ไม่ไช่ก๊อกน้ำก็แล้วกัน) ตัวเมีย จะได้ไม่มีปัญหากะ pote' (ผู้)  และซื้อหมูสามชั้นมาทำหมูเค็มทอดตักบาตรพรุ่งนี้อีก

เมื่อวานทำบังสุกุล ถวายสังฆทานอุทิศให้เขา เมื่อคืนฝันเห็น  larna เราดีใจมาก มีความสุขที่ได้พบกัน อยากฝันเห็น larna ทุกๆคืน ตอนนี้ก็เปิดประตูช่วงหลังให้เต้ ไปเดินเล่นรอบบ้าน larna  เขาเวียนไปดูที่บ้านเคน-larna ทุกครั้ง เราเห็นแล้ว แอบเศร้าทุกครั้ง ไม่แน่ใจว่าเขารู้ไม่ว่าหลุม larna ตรงนั้นเขารู้หรือไม่ ตอนนี้ใจเรายังไม่ปกตินัก ไม่มีใจจะคิดเขียนอะไรมากนัก ยังอยากพักใจสักช่วง

วันนี้ไม่สดชื่นเลยชวน link ไปทานอาหารเกาหลีที่ร้าน "ซารัง" หน้าตลาดหัวมุมพอดี คุณภาพไม่ผ่านสำหรับเรา แต่คนทั่วไปที่เราแอบมอง ก็เห็นไม่มีใครสนใจเลย ...ที่ร้านนี้เขาใช้ช้อนเหล็กด้ามยาว ตะเกียบเหล็ก (สเตนเลส) เวลาเสริฟเด็กถือตะเกียบมามือเปล่า ไม่มีซองหรือกระดาษใส่รองมา แถมจับเต็มมือแล้วเคาะบนฝ่ามือเล่น มาถึงโต๊ะก็หยิบวางจับด้านไหนก็ได้ ดูแล้วไม่มีสุขอนามัยเลย เพราะมือที่จับตะเกียบเหล็กก็เชื้อโรคทั้งนั้น (ข้อเสียของตะเกียบ ช้อนเหล็ก หรือโลหะ หากมือที่จับหยิบมีเหงื่อ ไขมัน มันจะติดหนึบ เช็ดแล้วก็อยู่บนนั้นล่ะ)  กับโต๊ะอื่นก็ทำเช่นกัน แต่แอบมองเห็นเขารับมาก็ใช้หยิบทานเลย ไม่ต้องเช็ดอีกด้วย ดีจังไม่คิดมากแบบเรา เพราะเราบอกให้เอาไปเปลี่ยน กลับมาก็จับแบบเดิมแต่วางบนกระดาษทิชชูให้  เราก็เลยเช็ดใหม่เอง มันก็ไม่สะอาดขึ้นหรอกเพราะต้นทางไม่สะอาดซะแล้ว ก็คิดว่าร้านนี้เข้าครั้งเดียวพอ คนรุ่นใหม่ส่วนมากสกปรกก็คงกินได้กระมัง คงคุ้นชิน เลยละเลยกันเป็นปกติ  ทำให้ร้านค้าเขาคิดว่ายังไงก็ได้ ง่ายๆเหมือนกัน! การบริการค่อนข้างเฉื่อยชา แบบบ้านๆดี :) ที่ไปก็เพราะเห็นทำโฆษณาไว้หลายที่ อยากลอง อาหารไม่มีอะไรโดดเด่นนัก จัดร้านได้ค่อนข้างดีสำหรับชนบท หุ หุุ

ค่ำนี้ทำหมูทอด ไว้ตักบาตร  สวดมนต์อุทิศอานิสงส์ให้ larna สรรพสัตว์ที่ได้เบียดเบียนต่อกันไว้

My silent corner 16 : ทุนเล่าเรียน /การเตรียมสมัครที่เรียน

เอกสารยืนยันการได้รับทุนจากรัฐบาลไทย ที่ต้องแนบไป

เราไม่รู้ว่าสมมุติหากเราไปเรียนด้วยทุนตัวเอง (ทุนครอบครัว) จะยุ่งยากมากไหมในเรื่องการเตรียมเอกสารต่างๆ  แต่สำหรับเราการสอบชิงทุนไปเรียนต่อนี่ก็เป็นอะไรที่เกินความคาดหมาย การเตรียมตัวก่อนสอบจึงแทบไม่มี เพราะจากวันที่สามีบอกให้เรียนต่อคือวันสุดท้ายของการยื่นสมัคร จึงเหลือการเตรียมตัวไปสอบภาษาอังกฤษที่ส่วนกลางจัดสอบทั่วประเทศพร้อมกันน่าจะไม่เกินเดือน ก็เลยไม่เครียด ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ เราไม่รู้หรอกว่าคนที่สมัครแบบเดียวกับเราที่ต้องมาแข่งกันมีกี่คน ก็ดีไม่ต้องลุ้น สามีพาไปสอบ นั่งรอข้างสนามสอบ รายนี้พ่อยก คิคิ สอบเสร็จออกมาไม่รู้หรอกว่าได้ไหม ไม่คิดอะไร นอกจาก try my best  ในที่สุดวันประกาศผลมาถึงบอกสอบข้อเขียนผ่าน ให้เข้าสัมภาษณ์ได้ ก็ไปกทม.อีก คราวนี้ตื่นเต้นเพราะดีใจที่สอบผ่าน และต้องเป็นด่านที่เจอคนสัมภาษณ์ วันสอบก็รู้ว่ามีหลายคนที่เลือกทุนเดียวกัน มีกรรมการสอบเต็มห้องประชุม (จำไม่ได้ว่าที่ไหน) กรรมการโต๊ะละ 3 คน มีชาวต่างชาติ 1 คน หลังจากนั้นไม่นานก็รู้ว่าสอบทุนผ่าน มีสำรอง 2 คน หากเราสละสิทธิ์  ตัดสินใจอยู่หลายวันว่าจะเรียนหรือสละสิทธิ์  ปรึกษาพระอาจารย์ ผู้ใหญ่ สามี  ในที่สุดเรียนก็เรียน

...แต่การเลือกประเทศเป็นเรื่องของเราโดยทุนนี้ให้เลือกประเทศในยุโรป แคนาดา สหรัฐอเมริกา  ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จากการปรึกษาทั้งอาจารย์ตอนเรียนโท พระอาจารย์หลายรูปที่นับถือสนิทกัน  อาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ให้เรา และสามี ในที่สุดก็มาลงตัวที่ประเทศอังกฤษ ด้วยหลายเหตุผล (ไม่เคยรู้ว่านี่เป็นลิขิตล่วงหน้ามาประมาณ 3 ปี จะบันทึกคราวต่อๆไป) หลังจากนั้นก็เป็นการเลือกมหาวิทยาลัยในอังกฤษให้ตรงกับสาขาที่รับทุน  ตรงนี้ล่ะยิ่งกว่า shopping อีก สมัยก่อนโน้นไม่มีการสื่อสารที่รวดเร็วมากนัก การเข้าถึงข้อมูลต้องไปที่ศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศ ที่ธนาคารกรุงเทพ จำสาขาไม่ได้ คิดว่าน่าจะสีลม กรุงเทพ ก็ไปเริ่มต้นที่นั่น สำหรับคำแนะนำ ข้อมูลและเอกสารต่างๆ ได้มาแล้วก็เอามาคลำทางเอง คราวนี้สนุกแต่เครียดกว่าเดิม เพราะต้องตอบไปทางกพ.(คุณปิติกาญจน์) ว่าเลือกประเทศใหน มหาวิทยาลัยอะไรก่อน เพื่อเขาจะดำเนินการทางเขา ซึ่งมีเวลาไม่นานนักสำหรับเด็กบ้านนอก ตจว.ที่ไม่ค่อยประสีประสาเรื่องอะไรเกี่ยวกับตปท.แต่โชคดีมีสามีผู้รอบรู้ เรื่องเลยเร็วเพราะรู้ไปโม้ด สารพัดเหตุผลที่เอามาแจกแจงให้ฟัง ว่าที่ไหนเป็นอย่างไร เลยส่งชื่อมหาวิทยาลัยที่เลือกให้ตรวจสอบ เพราะต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่กพ.รองรับ และ ranking " Top ten " ผ่านแล้วในที่สุดเลือกส่งใบสมัคร กรอกๆๆ ไปยัง 4 มหาวิทยาลัย ที่มีสาขาตรงกับที่ทุนให้เรียนคือ Environmental biotechnology (เทคโนโลยีชีวภาพสิ่งแวดล้อม)  ในที่สุดทั้งสี่มหาวิทยาลัยก็ตอบรับมาทุกที่ ก็เป็นรายการเลือกอีก brain storm กันก็ได้เลือก King's College , University of London  แน่นอนอันนี้ผ่านการตรวจสอบ ความเหมาะสม ความทันสมัย ชื่อเสียงด้านต่างๆ และระบบการศึกษา ตกลงเลือกที่ King's แล้วเรื่องก็ยังไม่จบเรื่องเพราะนั่นเป็นเบื้องต้นเท่านั้น ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่านตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย คือ IELTS ซึ่งขอที่ เกณฑ์ minimum  6.5 ตายแน่ๆๆ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

11 Feb: คิดถึง larna


วันนี้เช้าไปตักบาตรให้ larna และงูเห่า สมศักดิ์เอาชุดสังฆทานมาให้ แล้วไปส่ง pa เราจัดการเตรียมจัดอาหาร ของและปัจจัยที่ pa ฝากมาร่วมทำบุญให้ larna ด้วย ประมาณ 10 โมงถึงวัด ไปถวายสังฆทานกับท่านกอบ และให้ท่านสวดบังสุกุลให้ larna และงูเห่าคู่กัด และงูตัวอื่นๆ ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายที่ได้เบียดเบียน ท่านสวดสดับปกรณ์ให้ เสร็จไปร้านเครื่องไฟฟ้าจัดการเรื่องช่างแอร์ LG ที่ไม่ไปซ่อมให้ท่านดอยตามนัดมาหลายครั้ง ท่านบ่นให้ฟังเลยรับอาสาจัดการตามให้ ก็ไปคุยกับฝ่ายบริการ  ตอนบ่ายก็ทราบข่าวจากท่านว่าเขาจะเอาตัวใหม่ไปเปลี่ยนให้ท่าน เราซื้อตู้เย็นอีกหลัง แต่ต้องรอก่อนเพราะที่ต้องการหมดต้องรอ ก็ราวสองสามวัน

กลับบ้านกรวดน้ำบนหลุมอุทิศให้ larna วันนี้จัดการตกแต่งวางอิฐรอบหลุมให้สวย จะหาดอกไม้สวยๆมาปลูกบนหลุมของเธอ

วันนี้เต้ดีขึ้น เจ้าหนูตัวใหม่เอาจากวัดพระอาจารย์มา ไม่น่าเชื่อว่าหมา 4 ตัวแม่ลูกที่เราเคยช่วยในคืนที่กลับจากสวดมนต์ เห็นมันถูกเอามาทิ้งในวัด แม่ขี้เรื้อน ลูกก็ไม่ต่างกัน ตัวเปียกมอมแมม สกปรก พวกเราช่วยกันให้น้ำ ให้นมกิน พระอาจารย์เมตตาให้ที่อยู่ หาคนมาช่วยรักษาจนหายขี้เรื้อนทั้งกลุ่มแถมยังสวยอีกต่างหาก งง !  ตอนนี้เรากลับต้องเอามา1 ตัวเพื่อเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเต้ เขาน่าผสมอาเซเชี่ยน เอามาเมื่อวานช่วงเช้า เมื่อวานเต้สนใจ แต่เจ้าหนูไม่สน ยังปรับตัว วันนี้เล่นกันแล้ววิ่งไล่กันสนามหญ้ากระจุย

เย็นนี้แวะไปดูข้างบ้านหยีที่ให้ฝรั่งฮังการีมาช่วยซ่อมแซมบ้านพ่อเขา พวกเขาพูดอังกฤษไม่ค่อยได้เลย พูดไทยได้น้อยเลยพูดผสมๆ เดาๆกันไป ภาษาใบ้ กับเดา ใช้ได้ดีกว่างานนี้

ยังคงคิดถึง larna มาก ยังไม่อยากบันทึกอะไร รอทำใจให้สงบอีกระยะ

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

10 Feb:


วันนี้เช้าไปตักบาตรให้ larna และงูเห่าคู่กรณี ไก่ทอด หมูปิ้ง ขนมโมจิจากนครสวรรค์ อุทิศบุญให้เกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีขึ้น
ไปมหาวิทยาลัยเอาของไปฝากน้องๆ และเจอดร.รุ่นกลาง ขอปรึกษาเรื่องการย้าย เธอเพิ่งกลับจากการเรียนต่อไม่นานยังใช้ทุนไม่หมด คงยากหน่อย แต่ก้ให้คำแนะนำไปตรวจสัญญาให้ดีก่อน และจัดการกับฝ่ายรับ ส่วนฝ่ายนี้หากจะขอย่ายต้องมั่นใจว่าสำเร็จไม่งั้นจะโดนกลั่นแกล้ง และบั่นทอนเหมือนบางดร.ที่เคยโดนมาแล้ว ต้องระวังในที่ๆมี "อบัณฑิต" อยู่มาก ที่นั่นต้องระวังให้มากเพราะมันเป็นที่ของคนพาล คนขาดคุณธรรม โดยแท้

วันนี้เตรียมดินให้ larna เพื่อปลูกดอกไม้ให้สวยๆ คิดถึงเขามาก เต้ก็เช่นกันยังเหงาอยู่ ไม่มีการเล่นประลองกำลังก่อนกินแบบทุกครั้ง คนเตรียมก็เหงาไปด้วย เฮ้อ!

เที่ยงไปหาช่างไฟฟ้าให้ช่วยมาตรวจดุบริเวณเพื่อติดไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

คืนนี้สวดมนต์แล้วอุทิศบุญกุศลให้ larna และงูเห่าตัวนั้น ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ larna  pote' ken ได้เบียดเบียน

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

9 Feb: เรื่องของวันนี้


เมื่อวานเดินทางจากอาศรมวังน้ำเย็น อ.พบพระ ตาก ตั้งแต่ 07.30 ถึงบ้านตอนเกือบ 5 ทุ่ม ม้วนเดียวคนขับยอดมากต้องชม  ขับเกือบ 12 ชั่วโมง มาเปลี่ยนมือเมื่อถึงชุมพรให้ก๋องขับต่อ เสียวไส้จริงๆ แต่ขับได้แน่มาก ดีที่ทุกคนหลับ ยกเว้นเรา มีบางช่วงที่นั่งสมาธิในรถเพราะต้องสยบความหวาดเสียว ไม่งั้นเห็นแล้วเครียด กลับบ้านก็รีบวางของแล้วทำใจสักครู่รวบรวมกำลังใจ ไปดูที่ๆ larna ใช้นอนหลับพักผ่อนไปชั่วนิรันดร อธิษฐาน อุทศบุญที่ทำมา บอก larna ว่าเราได้ไปทำอะไรบ้าง แล้วกรวดน้ำลงไปที่เธอนอนให้เขารับผลบุญ  ขึ้นไปสวดมนต์ต่อ บอกเจ้าที่เจ้าทางขอให้เธอเข้าออกบ้านได้ เต้ที่อยู่ด้านล่างก็หอนร้อง 1 ครั้ง ก็คิดว่าเธอคงเข้ามาในบริเวณบ้านแล้ว ตอนนี้เรายังไม่อาจบันทึกเรื่องนี้ได้ขอเวลาสักช่วงหนึ่งก่อน

วันนี้ยุ่งกับหลายเรื่อง ทำอาหารไปถวายเพล จัดของที่ยังไม่ได้ขนกลับ ไปหาพงศ์ศักดิ์ คุยเรื่องช่างไฟฟ้า ไปหาชางแอร์ ไปหาช่างไฟฟ้า

เอาของไปให้อากี แล้วคุยหลายเรื่อง คุยเสร็จก็กลับมาให้อาหารเด็กๆ

คืนนี้สวดมนต์อุทิศให้ larna

6-8 Feb: โครงการพระธรรมจาริก /2555


เดินทางไปจ.ตาก ไปช่วยงานตามคณะของท่านพระเทพสุธี และท่านพระเทพกิติเวที ซึ่งปีนี้ไป 3 อาศรมคือ ปูแป้ แม่ระมาด และปะทะละ ปีนี้มีพระธรรมจาริกมามากกว่าปีก่อน และชาวเขามาเยอะ มีกะเหรี่ยง  ปากะยอ คุยกับเขาแล้วให้คิดถึงดร.ขจิต ฝอยทอง เป็นยิ่งนัก เพราะอจ.เคยให้ความรู้คุยกันใน GTK แต่ท่านพระเทพสุธี กับท่านทิม และคณะวัดปากน้ำ ต้องกลับก่อน1 วันเพราะป่วยกัน กลัวว่าอาการจะแย่ ส่วนเรามีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นแม้ทำใจได้ด้วยการใช้อนิจจังมาพิจารณาแต่ทำได้เพียงการระงับทุกข์ เพื่อให้ทำงานได้ต่อไป และก็รีบเดินทางกลับเช่นกัน ครั้งนี้จึงไปแค่ 2 อาศรมแต่ก็ดีมากที่ปีนี้จำนวนพระและชาวเขามาร่วมมาก ทำให้ทุกคนที่ไปมีความสุข อิ่มใจ อิ่มบุญกันทั่วหน้า มีเหตุการณ์หวาดเสียวมากเกิดขึ้นในระหว่างเดินทางแต่สังหรณ์ใจล่วงหน้า เมื่อเกิดเฉพาะหน้า รอดมาได้ ย้อนคิดกันก็บอกได้ว่าผลบุญที่อธิษฐานและทำร่วมกัน ขอให้มีศรัทธา faith ตั้งมั่นในความดีที่ทำ และทำด้วยใจก็รอดพ้นมาได้แบบตอนเกิดเรื่องรู้เลยว่าหากเกิดเรื่องจริงตอนนั้น สงบพร้อมคืออะไร เพราะเรามั่นใจว่ารอดแม้จะชน แต่คิดทันทีเช่นกันว่าไม่ เป็นเสี้ยววินาทีที่แปลกมาก ต้องชื่นชมคนขับของเราจริงๆที่สตินิ่งมาก ทุกคนในรถนิ่งมากเพราะเงียบไม่มีอาการอะไรเหมือนว่าเป็นฝัน และสิ่งที่เห็นไม่มีใครเห็น ก็ถามสามีว่าเห็นไช่ไหม เขาบอกว่าเห็นแต่เหมือนเงาผ่านไป เหลือแต่คนขับเราที่ยังไม่ได้ถาม เพราะอยากให้เหตุการณ์ผ่านไปก่อน ได้พักเหนื่อยก่อนแล้วค่อยสอบถามว่ารู้สึกอย่างไร ส่วนพระอาจารย์เราไม่แปลกใจเพราะวันนั้นตอนเช้าพระอาจารย์สวดมนต์ยาวมากในรถ ยาวกว่าวันก่อนๆ จนสังเกตุเห็น แต่เราก็ระวังทั้งวันตลอดจน เกือบ 5 ทุ่ม แอบสวดบทพิเศษในใจเป็นระยะๆ ไม่ได้หลับเลย ส่วนพระอาจารย์ช่วงหลังร่างกายคงอ่อนเพลีย ก็ไม่ไหวหลับเพราะให้ฉันยาแก้ไข้หวัดที่ก่อตัวและไอตลอดเส้นทาง

คณะที่เหลือเดินทางไปปะทะละ อุ้มผางต่อ คณะจากสุราษฎร์ปีนี้ไปมาก 8 คันรถก็ยังไปต่ออีก 6 คัน ถ่ายของนำของไปต่อ ปีที่แล้วไป 4 คันรถ แต่ของที่เอาไปเต็มเพียบเฉพาะไข่เค็ม 1600 กล่อง ขนมเต็มคันรถ เงินซองละ 50 บาท 2000 ซองให้นักเรียน และเด็กๆชาวเขา และอีกส่วนสำหรับคุณครูที่พานักเรียนไป

รายละเอียดอื่นๆจะเขียนใน my silient corner: I see I think I write คงเป็นสุดสัปดาห์ ตอนนี้ยุ่งกับหลายเรื่อง

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

5 Feb:


วันนี้ออกข้อสอบ Env Biochem นศ.ถอนเหลือ 7 คน (มี 13 คน) บอกว่ายาก กลัวตก เกรดต่ำอยู่แล้ว เราก็บอกว่าให้ขยันอ่าน ทำความเข้าใจ ถาม สุ จิ ปุ ลิ  แต่เด็กที่นี่มักเป็นเช่นนี้ ยากที่จะมีความเพียรพยายามเหมือนคนรุ่นเราๆ

บ่ายจนค่ำยุ่งกับการจัดเตรียมของให้พระท่านทั้งหลาย ไปซื้อของเพิ่ม เพราะท่านจะต้องไปในที่ไม่มีไฟฟ้า 2 คืน ปีนี้คณะมีขบวนที่มากกว่าเดิม ของที่ขนไปให้พระธรรมจาริกมีมากขึ้น

อากาศร้อนมากต้นไม้เหี่ยวขาดน้ำ ยุ่งๆเลยลืมรดน้ำ วันนี้ยุ่งมากจนไม่ได้เขียน my silient corner เก็บรวบยอดอาทิตย์หน้า

4 Feb:


วันนี้มีกิจกรรมมากมาย ไกล้เที่ยงออกไปซื้ออาหารให้หมาๆทั้งหลาย ไป Tesco ได้รองเท้ามาโดยไม่ตั้งใจ แรงหนุนของ link ทานเที่ยงเสร็จไปวัดช่วยงาน pack ซอง 1800 ซองกีกับแปะไปด้วย ตอนเย็นท่านขาว ท่านวสุ เอาเงินมาให้ยกตู้มาเลยก็ต้องช่วยกันนับต่อ เอาปัจจัยที่พี่ติ่งให้มาถวายพระอาจารย์ มีคนเอาไช่เค็มมาถวายเยอะมาก ได้เป็นพันกว่ากล่องแล้ว

วันนี้ท่านทิมรับมอบตราตั้งอุปัชฌาย์และเดินทางกลับ พระอาจารย์บอกให้โทรไปแสดงความยินดี เราโทรไปท่านมาถึงชุมพรแล้ว

กลับบ้านให้อาหารเด็กๆ แล้วออกไป BigC ต่อ ซื้อเสบียงเตรียมให้พระเดินทาง 15 รูป เจอฟ้งและพงศ์ศักดิ์ เขาถามว่าทำไมซื้อมากนักก็บอกให้ฟัง ฟ้งฝากร่วมทำบุญด้วย 500 บาท สาธุ เป็นครั้งแรกที่เดินจนห้างปิด ก็ได้ดังประสงค์ ขาดกาแฟถ้วย พรุ่งนี้ซื้อต่อ

คืนนี้โทรคุยกะพี่ไก่ เรื่องอากีเป็นส่วนใหญ่ และชวนเราไปปฏิบัติธรรม

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

4 Feb: อีแมว - แทงยู ที่ขำไม่ออก แต่บ่งบอก...

ที่มาภาพ wedding2hand.com

วันนี้มีการสัมภาษณ์เด็กนร.ที่สอบไม่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก (ไม่รู้เพราะโควต้าบังคับหรือเปล่า) แต่เอาคนที่สอบไม่ได้แต่อยากจะเข้าเรียนที่นี่มาเข้าค่ายนันทนาการวันสองวัน มีกิจกรรมสนุกสนานแล้วคัดเลือกใหม่ ปรากฎว่าอจ.ที่ไปสัมภาษณ์กลับมามาเล่าว่า เด็กไม่มีความรู้วิทย์เลยถามสูตรของคาร์บอนไดออกไซด์ยังตอบไม่ได้เลย มีบางคนไม่ได้แม้แต่คำถามเดียว ถามอะไรก็ยิ้ม ก็เลยไม่รับ แต่มีอยู่คนนึงโชคดีเพราะอาจารย์ที่สอบบอกไม่รับเพราะกลัวว่าเข้ามาแล้วต้องเรียนวิทย์มากมายกลัวไม่รอด แต่รองคณบดีมายืนข้างหลัง และบอกว่ารับไปเถอะเด็กเขาอยากเรียน ก็เลยรับ ก็มาคุยให้ฟังว่าคงเรียนไม่รอด แต่มหาลัย ขอทำยอดตัวเลขอย่างเดียวเพราะค่าหัวเด็กเงินทั้งนั้น ... ไม่งั้นระดับบริหารจะเอาเงินที่ไหนดูงานต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ปีนี้น่าจะเกินแล้ว ปีใหม่ไปครั้งหนึ่งแล้ว แยกประเทศกันไป อาทิตย์นี้ยกทีมสิบกว่าคนไปตุรกีกัน ไม่ได้ตาร้อนนะ ด้วยเกียรติของอนุกาชาดไทย แต่เสียดายเงินแผ่นดินจริงๆ confirm ! เสียดายจัง บางอย่างก็ไม่ควรบันทึก เรื่องสำนึกตีค่าไม่ได้ เหมือนคอรัปชั่นเชิงนโยบายที่จับไม่ได้ ใจเท่านั้นที่รู้แก่ใจ

กลับมาคราวนี้อธิการบดีในสถาบัน(แห่งหนึ่ง ไม่มีสอง) คงมีภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น หลังจากเคยไปดูงาน เจรจากับสถาบันต่างๆมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน ประเทศก็นับจนงงแล้วมากมาย เพราะเมื่อวานลือกันให้ทั่วในสถาบัน(แห่งหนึ่ง ไม่มีสอง) ว่าอธิการกล่าวปิดการอบรมภาษาอังกฤษอาจารย์และต้องการแจกใบรับรอง แต่มีการเชิญให้พูดก่อนเป็นภาษาอังกฤษ ว่าแล้วหยิบโพยมาอ่าน แต่ไม่อ่านแค่เหลือบดูเป็นระยะๆแล้วพูด ทุกคนเงียบกริบฟัง ไม่ไช่เพราะตั้งใจฟังมาก แต่เพราะไม่เชื่อหู ต้องการฟังให้ชัดว่าที่พูดน่ะคืออะไร เพราะข่าวบอกว่าฟังจนจบไม่รู้ว่าพูดอะไร ฟังไม่ได้ศัพท์ นอกจากคำที่ตอนแรกคนที่เล่าให้เราฟังบอกว่า งงๆๆ เพราะไม่นึกว่าระดับอธิการบดี จะกล่าวคำนี้ซ้ำๆถึง 5 ครั้งในการกล่าวช่วงสั้นๆ คือ  แทง-ยู (Thank You ) แทงยูๆๆๆๆ ทุกคนเลยนึกว่าหูฝาด  หลังจากที่ฟังประโยคอื่นไม่รู้เรื่อง หันไปมองอจ.ชาวต่างชาติที่สอน เขาก็ส่ายหัว ว่าเขาก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน พวกอจ.ที่เข้าอบรมเลยสบายใจขึ้นว่าไม่ไช่อุตส่าห์เข้าอบรมมาเกือบเดือน ไม่พัฒนาหรือไงจึงฟังอธิการบดีพูดภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง  เราบอกว่าไม่แปลกใจเพราะแกยังเคยจะให้พวกกรรมการสภาฯมี "อีแมว" กันเลยจะได้ส่งข้อมูลให้ เราบอกจนท.ที่จัดการว่าเราไม่เอา "อีแมว" นะ เพราะที่บ้านเลี้ยงหมาหลายตัวเดี๋ยวหมาจะกัด "อีแมว" ตายก่อน เราเลยไม่มี "อีแมว" สถาบันใช้ มีแต่ email ส่วนตัวที่ไม่บอกอธิการ กลัวเขาส่ง "อีแมว"มาให้ แล้วเราต้อง "แทงยู"  อาจบาดเจ็บแถมอาจถูกเรียกไปพบและบอกว่าเรา"โง่ " อีก หุ หุ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมสถาบัน(แห่งหนึ่ง ไม่มีสอง) นี้จึงมีคุณภาพแบบนี้ สงสารพ่อแม่และนศ.ตาดำๆ

เรียน...รมต.กระทรวงศึกษาฯที่มัวไปสนใจเด็กประถม มัธยมว่ากลัวจะพูดอังกฤษไม่ได้ คงต้องฝากให้หันมาใส่ใจอบรมระดับอธิการบดีบางสถาบัน (แห่งหนึ่ง ไม่มีสอง ซึ่งคงหาได้ยากหน่อยในระดับนี้) บ้างกระมัง ไม่งั้นตก trend แย่จะเข้ารอบเปิดโลกอาเชียนได้อย่างไร 

หมายเหตุ ที่บันทึกเช่นนี้ไช่ว่าเราจะมีเจตนาที่ไม่ดีก็หาไม่ หากแต่คนที่รู้เบื้องหลังอะไรหลายๆอย่าง ก็คงบอกว่าน้อยไปสำหรับ.... ของแบบนี้ไม่อยู่ในสวล.เดียวกันจะไม่เข้าใจ เราเคยคุยกับพี่คนหนึ่งว่า ขอให้เราออกจากสถาบันนี้ ไม่รับรู้เรื่องน่ารังเกียจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อน คงจะลดกรรมของตนในส่วนนี้ลงบ้าง ตอนนี้เรายังคงต้องพูดๆบ้างเพราะเวลาคนเดือดร้อนไม่มีที่ระบาย จะได้มีคนช่วยเขาได้ เพราะคนส่วนมากกลัว กลัวตกงาน กลัวการกลั่นแกล้ง จึงยอมถูกบีบ บางคนเพราะโลภก็จะยอม ไม่มีใครแก้ไขได้ เพราะอำนาจเงินทำให้ความเป็นคนลดลง ต้องเหลือคนที่ยอมเจ็บตัวเพื่อความถูกต้องบ้าง ไม่เป็นไรเรายืนบนขาตัวเองได้และแข็งแรงเสียด้วย โชคดีที่บรรพบุรุษทำอะไรดีๆไว้ให้เป็นตัวอย่าง เลยสามารถช่วยให้คน(อยาก) ดีไม่ถูกเบียดเบียนและมีกำลังใจยืนหยัดต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

2 Feb:

sanook.com

วันนี้สอนตั้งแต่ 08.30-18.30 น พักเที่ยง สอนชีวเคมีสวล หัวข้อ metabolism of toxicants และกลไกการก่อลูกวิรูป รูป slide เป็นที่น่ากลัวของเด็กมาก เราเองก็เหมือนกันสอนเรื่องนี้ทุกทีติดตาภาพน่ากลัวไปหลายชั่วโมง

 ตอนบ่ายพี่ติ่งเอาเงินมาฝากถวายพระอาจารย์เพื่อร่วมบุญโครงการพระธรรมจาริกปีนี้ เราขออนุโมทนาบุญด้วย

สอนต่อไม่มีเบรค แต่ให้นศ.เข้าห้องสมุดค้นหัวเรื่องทำรายงานมาส่ง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นมีนศ.มาส่งใบขอดรอปวิชา 7 คน ก็เลยต้องคุยทำความเข้าใจผลเสียของการดรอป หลังจากนั้นเป็นการตัดสินใจของเขา พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการดรอป

เย็นไปเทสโก ซื้อของเตรียมเสบียง

กีกลับจากกทม. แปะไปรับชวนเราไปหาดใหญ่ต่อ ก็คิดว่าคงไม่ไป

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

1 Feb: shimishimi/ EM



วันนี้เช้าว่าง เจอคนที่รู้จักไม่ได้สนิทแต่เขารู้ว่าเราทำงานที่สถาบันไหน เลยเข้ามาคุยๆๆๆเรื่องหลานสาว (ลูกพี่สาว)  ฟังแล้วเฮ้อ! ไม่รู้เป็นกรรมของใคร จะเอาไว้เขียนคราวหน้า เป็นบทเรียนชีวิตที่ดีมาก พรุ่งนี้จะเอาไปเล่าสอนเด็ก

พี่ไก่กลับกทม.แล้ว โทรมาถามไถ่เรื่องที่คุยกัน และตกลงเอาแม่พี่แอ้ดกลับไปด้วย วันนี้ได้ข่าวคนชอบฟ้อง ฟ้องต่อไป น่าสงสารจัง เมื่อไหร่ชีวิตพวกเขาจะเดินบนความจริง หยุดรู้จักพอ สำนึกผิด ละอายบาปที่ได้ทำลงไป ใส่ความคนไปทั่ว ชีวิตครอบครัวเขาเลี้ยงชีพด้วยของบาปเหล่านั้น ไม่กลัวกรรมตกถึงลูกหลานหรืออย่างไร น่ากลัวกรรมจัง เรายังกลัวแทนบั้นปลายของลูกพวกเขาเลย

วันนี้เพิ่งเห็นนักข่าวที่เป็นพิธีกรข่างช่อง 5 (ดร.วิทย์ และอีกคน) ที่มีความรับผิดชอบสังคมและคำนึงอนาคตชาติ เสนอข่าวเด่นช่วงนี้คือ shimishimi  สำหรับเรามันคือดาบสองคม แต่มันจะค่อนไปทางลบมากกว่าสำหรับนิสัยไทยๆ พิธีกรข่าวอุตสาห์ไปสัมภาษณ์ ราชบัณฑิตภาษาไทยหญิงคนหนึ่ง ฟังแล้วอาการเธอจะมีสำนึกและเข้าใจอะไรยากกว่าพิธีกรมาก โชคดีที่พิธีกรไม่คล้อยตามราชบัณฑิต "ปัญญาดี" คนนั้น ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเดี๋ยวนี้อะไรๆมันจึงด้อยลงๆ น่าสงสารแต่อนาคตของชาติตัวน้อยๆ

ในที่สุดดีใจที่คณะวิทย์ฯจุฬา ทีมอาจารย์ได้วิจัยยืนยันให้เห็นว่า EM ball ไม่ช่วยลดน้ำเสีย หลังจากเคยพูดครั้งหนึ่งแล้วไม่มีใครเชื่อ กระทั่งเราที่เคยเอา paper วิจัยตปท. ที่เขาทำไว้มาให้อ่าน บางคนยังไม่เชื่อเลย สอนนศ. อธิบายที่มา หลักการของเชื้อกลุ่มนี้ให้ฟัง บอกหลายคนโดยเฉพาะเพื่อนที่บ้านน้ำท่วม ว่าอย่าใช้เป็นอันขาด ที่จริงแล้วนอกจากไม่ช่วยแล้วยังมีผลอื่นที่นอกเหนือการคาดคิดของหลายคน หากรู้จะหนาวเลยทีเดียว คราวนี้ไม่รู้ว่ารัฐจะดื้อไม่เชื่ออีกหรือไม่ ครั้งที่แล้วตัดงบค่า EM ไปไม่รู้กี่สิบหรือร้อยล้าน หลายหน่วยงานก้ออกมาร่วมด้วยช่วย__ น่าสงสารชาวบ้านตาดำๆจริงๆ พึ่งคนของรัฐไม่ได้เลย