วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

31 Jan:ทำวัตรเย็น




วันนี้หมดเวลาทั้งวันไปกับการ update OS รุ่นใหม่ของ Mac จาก Leopard มาเป็น Lion ค่า upgrade  934 บาท (10 US dollar) ใช้เวลา เกือบ 3 ชั่วโมง และ install  อีกครึ่งชั่วโมง กรอกโน่นนี่อีก ครึ่งชั่วโมง นั่งฟังอ๋อง (จนท.บริการ น่ารักดี) บรรยายจนเหนื่อย

ค่ำไปวัดทำวัตรเย็นสวดมนต์ คนมาสวดค่อนข้างมาก 15 คน วันนี้คนนำสวดคงเพลินสวดหลายสิบบท รวมทั้งบทบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร สวดไป 2 .30 ชั่วโมง นั่งสมาธิต่ออีก วันนี้หลวงพ่อไม่ได้ลงมา อุทิศกุศลให้ก๋ง ยาย ม่าม้า ป่าป้า ครูอาจารย์ ผู้มีคุณต่อแผ่นดิน เพื่อนๆ เจ้ากรรมนายเวร และขอให้อานิสงส์นี้ได้ปกป้องคุ้มครองในหลวงของเราให้พระสุขภาพแข็งแรง อายุยืนๆๆๆ

ไปซื้อ package Aircard ต่อ

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

30 Jan:

ท้องฟ้าถ่ายจากหลังบ้านก่อนฝนตกไม่นาน เพราะก่อนหน้านี้แดดเปรี้ยงๆ

วันนี้มีกิจกรรมที่บ้านมากหน่อย เกือบ 10 โมงช่างช่วยมาติดตั้งโครงเหล็กยันซุ้มต้นไม้ที่เริ่มแอ่นลงมา นึกว่าไม่นานเสร็จ ปรากฎว่าทำจนบ่ายสามเศษ  (5,300 ) จะให้คนขับรถล้างรถเลยเปลี่ยนใจ

link รู้สึกไม่สบายมา2-3 วันแล้วเลยพาไปหาหมอที่เป็นลูกศิษย์ปรากฏว่าหมอไม่ให้ยาอะไรมา นอกจากบอกว่าไม่เป็นอะไร คงได้ไวรัสมาแต่ร่างกาย recover เองแล้ว ให้พักผ่อนมากหน่อย ช่วงนี้ตรวจรายงานเด็กเยอะไป

เย็นไปดูและฟัง sale บรรยายสารพัดเรื่องของ TV แต่ละรุ่น ฟังจนเหนื่อย มีสารพัดแบบให้เลือก ยังไม่ตัดสินใจต้องมาตรองอีกที เลยไปดู iphone กับ galaxy 7 " ของ sumsung  แวะไป Tesco ซื้อของเล็กน้อย ส่วนมากของเจ้าตัวร้าย เข้าบ้านไม่มีของฝาก ส่งเสียงปากยาวกันเป็นแถว  ผ่าน ร้าน Mac  เลยตั้งใจว่าจะซื้อโปรแกรมมาลงเพิ่ม ถามราคา 4,700 บาท

ฝนตกทั้งบ่าย ไม่มีข่าวเตือน แต่ไปเตือนจังหวัดที่อยู่ล่างลงไป ลงโครมได้แบบจู่โจมมาก ตอนนี้อากาศแปรปรวนอีกแล้ว ร้อนจัดมา 3 วันเต็ม

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

My silent corner 15 : ทุนเล่าเรียน /เตรียมตัวก่อนเรียน



เนื่องจากเราเป็นเด็กเรียนทุนรัฐบาล การเรียนที่นี่เงินค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตจะได้เดือนละ 760 ปอนด์ อันนี้รวมค่าที่พักที่ค่อนข้างแพงมาก ตอนที่มาเรียนเป็นช่วงที่ค่าเงินแพง 1 ปอนด์เท่ากับ 67-70 บาท ตลอด 4 ปีที่เรียน (หลักสูตร Ph.D. ที่นี่ 4 ปี) ครั้งแรกให้ค่าคอมพิวเตอร์ 700 ปอนด์ ให้ค่าหนังสือ 500 ปอนด์ /ปี ค่าเล่าเรียนรัฐบาล (กพ.) จะจ่ายตรงไปยังมหาวิทยาลัยในแต่ละเทอม ปีแรก tuition fee ประมาณ 9000 ปอนด์/เทอม ค่า bench fee (ปฎิบัติการ สารเคมี) 5000 ปอนด์/ปี

การคิดค่าเรียนของมหาลัยที่นี่ จะแบ่งเป็น 2 แบบ สำหรับ Resident และประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ (Commonwealth) กับพวก Non-resident ค่า bench fee /tuition fee จะต่างกันครึ่งหนึ่ง  ค่าเล่าเรียนจะเพิ่มขึ้นปีละ 10 % ค่า bench fee คงที่

เราซื้อ notebook จากไทยเป็น notebook ตัวแรกเลยของ Fujisu ราคา 100,000 เศษ ราคาเกินเงินที่รัฐให้อีกเท่าตัว แต่ไม่เป็นไรเอาดีไว้ก่อน เงินก้นถุง pocket money ก็ซื้อ travel cheque ไป

เมื่อมาถึง london ต้องจัดการชีวิต จัดการค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่เคยรับผิดชอบมาก่อน จัดการเปิด bank account ที่ยุ่งมาก ค่อยเขียนวันหลังเพราะเรื่องมันยาว ปีแรกอยู่หอพักมหาวิทยาลัยเลยยังไม่ยุ่งเรื่องการเดินทาง เราอยู่ zone 1 ซื้อ travel card เป็นรายสัปดาห์ และอื่นๆปรับไปตามสถานการณ์ ส่วนมากปีแรกไม่ไปไหนไกล เดินเป็นส่วนใหญ่ ที่ไปบ่อยก็ covent garden, china town ไปซื้อเสบียงมาเก็บ

ส่วนของการเรียน ก็เริ่มต้องจัดการลงทะเบียนกรอกสารพัดข้อความ รายการต่างๆ ในห้อง lab ต้องอ่านระเบียบการใช้ห้องวิจัย กฎระเบียบเป็นแฟ้มใหญ่มาก ลงชื่อเซ็นต์หลังอ่าน Control of Substances Hazardous to Health Regulations (COSHH).ในแฟ้มถือว่าได้อ่านและรับรู้ระเบียบของห้องวิจัยแล้ว ที่นี่เขาจะเข้มงวดกว่าของไทยเรามาก การใช้เครื่องมือทุกอย่างต้องมีการลงชื่อการใช้ และจุดประสงค์การใช้ สภาพเครื่องที่ใช้

เราต้องรอโค้ดในการเบิกวัสดุทุกอย่าง สารเคมี อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์ lab ที่นี่จะมีรหัสของแต่ละคนในการเบิกของ ไปเบิกที่ชั้นใต้ดินมีสารพัดอย่างให้ shopping จริงๆไว้ค่อยเขียนเพิ่มอีก เอาเป็นว่าช่วงแรกเรายังไม่มีรหัสเบิกของ ต้องใช้รหัสกลางก่อน  สิ่งแรกที่เบิกคือสารพัดสมุดที่ต้องใช้ เราชอบสะสมสมุด เจอสมุดที่นี่แล้วปวดใจ plain มากๆ (เชยแต่เก๋) แต่ก็เป็นระเบียบใน lab เราที่ต้องใช้เหมือนกัน

สมุดบันทึกปฎิบัติการเล่มยาว คือที่ต้องใช้ ส่วนเล่มเล็กเราจะใช้บันทึก diary ตลอดที่อยู่ สมุดมี 3 สี เทา แดง น้ำเงิน ที่นี่สงสัยผูกขาดสินค้า niceday เพราะวัสดุเครื่องเขียนเป็นของ niceday เกือบทั้งนั้น

แฟ้มน่าใช้มีหลายแบบ ชอบๆๆ  แบบมีสายรัดนี่ชอบสุดๆแต่แพง สมุดห่วงแบบที่เปิดแล้วมีซองให้ใส่เอกสาร ข้างในด้วย

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

28 Jan: พี่ไก่ /ชีวิตเสี่ยงภัยเมื่อหมดโปรโมชั่น


เช้าไปตลาดจะแวะไปหาแอน แต่วันนี้ไม่มาเลยพลาดไปหนึ่งงาน  นั่งเขียนงานต่อ ตอนสายพี่ไก่โทรมาบอกว่าถึงชุมพรแล้ว เลยนัดรอ เที่ยงไปทาน MK สุกี้ กะกิ่ง ไปดูTV ที่กิ่งจะซื้อ กลับมารอพี่ไก่ต่อ เปลี่ยนโปรแกรมให้พี่ไก่พักผ่อน บ่าย4โมงไปรับ แวะไป Home Pro ซื้อ TV แยกย้าย เราพาพี่ไก่ไปทานข้าว  แวะมาที่ถนนคนเดิน  และไปทานไอติมรับน้อง กลับมาคุยที่โรงแรมต่อ ต่อโทรศัพท์คุยกะแหวนที่อังกฤษ เรียนที่ Brunell U 5 ทุ่มเศษกลับ พรุ่งนี้พี่ไก่ไปนครฯ กระบี่ต่อ

วันนี้เขียนเรื่อง ชีวิตเสี่ยงภัยเมื่อหมดโปรโมชั่น
http://meepole.blogspot.com/2012/01/blog-post_28.html

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

27 Jan: สำนึก "คน" ไทย



ยายเรามาจากประเทศจีนตอนอายุ 14 ปี ยายบอกว่าคนจีนมาไทยเสื่อผืนหมอนใบ ทำมาหากินด้วยความขยันขันแข็ง มีชีวิตที่เป็นสุข ยายรักแผ่นดินไทย ยายสอนให้เรา รุ่นลูกรุ่นหลานรักแผ่นดินไทย ทำประโยชน์ตอบแทนคุณแผ่นดิน จะได้ไม่เสียชาติเกิด เราโชคดีมากที่มีบรรพบุรุษสั่งสอนให้ไม่เนรคุณแผ่นดิน ให้รักชาติ ทำสิ่งดีๆให้แผ่นดิน ส่วนตัวเราสวดมนต์แล้วระลึกถึงพระคุณบูรพกษัตริย์ไทยที่ได้ปกปักรักษาเอกราชของชาติไทยมาทุกยุคสมัย

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

26 Jan: กิเลส


ที่มาภาพ: sanook.com

วันนี้ตั้งแต่เช้าสอนๆๆๆๆ 08.30-18.10 น พักทานข้าว ไกล้เที่ยง 11.50-13.00 น 9 ชั่วโมง ไม่เหนื่อยมากแต่หมดแรง ส่วนเด็กไม่ต้องพูดถึง ทำยังกะไปวิ่ง100 เมตรมา วันนี้ให้ทดลองวัดความดังของเสียง ต้องไปยืมอุปกรณ์จากโปรแกรมฟิสิกส์มา เห็นเด็กสนุกก็มีความสุข เป็น lab เดียวที่ทำได้ในวิชามลพิษ เพราะไม่มีอุปกรณ์อื่นๆ อยากให้อธิการบดีมาเห็นว่าความสุขที่เด็กมีอุปกรณ์การเรียนเป็นอย่างไร เขาอยากให้เปิดโปรแกรมใหม่ๆสร้างภาพพูดไปทั่ว แต่ไม่อนุมัติเงินอุปกรณ์ (มีการไม่รักษาคำพูด ในกรณีนี้ตั้งแต่ปาหี่ในสภามหาวิทยาลัย)  แต่อนุมัติทำอะไรๆที่  ... โดยไม่สงสารเด็กเลย อยากเปิดคณะแพทย์ โดยอ้างคุยว่าเปิดพยาบาลแล้ว ใครมาเห็นเบื้องหลังการถ่ายทำรู้ความจริงจะตกใจว่าทำกันได้ หากมีตนยอมพูดความจริงที่บอกต่อ และบางคนก็ลาออกไปแล้ว บางคนยุคบุกเบิกก็ถูกทำให้ออกไปแล้ว สภาพยาบาลที่ว่าแน่แล้ว ก็พลาดได้  ...อยากเห็นคนประเมินคุณภาพที่จริงจังกับงาน รับผิดชอบต่อสังคมจริงๆ มาประเมินก็จะรับรู้ อย่าดูเพียงเอกสารสร้างภาพ..เพราะพยาบาลไม่เหมือนคณะอื่นๆที่มั่วๆกันเพราะนี่คือ..ชีวิตคน

วันนี้มีการปรับทุกข์ของน้องๆอาจารย์อีก 2 กลุ่ม มีเวลาคุยสั้นๆหนึ่งกลุ่มย่อย อีกกลุ่มดอกเตอร์รุ่นกลางบอกค่อยว่ากันเพราะวันนี้สอนก่อน ไว้รอบหลังก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องอะไร


เที่ยงมีคนนัดไปทานเที่ยง ก็หยั่งเสียงเราเรื่องอธิการคนใหม่ เอ่ยชื่อมาเราก็หัวเราะขำกิเลส  ถามว่าเป็นไง  เขาให้มาหยั่งถามหรือไง ?? บางคนนี่มิเห็นโลงมิหลั่งน้ำตาจริงๆ บาปกรรมทำกันมาตั้งแต่วัยกลางคน ต้องตามใช้กันจนเลยเกษียณหรืออย่างไร ทำไมไม่ช่วยกันสร้างบุญในวัยไกล้และหลังเกษียณเช่นนี้หนอ..ละอายไม่มี แต่ก็ควรละบาปบ้างเนอะ อันนี้คงสอนกันไม่ได้แล้วจริงๆ.. แก่เกินแกงทั้งคู่ คงต้องรอดูละครฉากสุดท้าย ในละครมักจะสำนึกบาป สารภาพบาป อันนี้ชีวิตจริงจะรอดูว่าจะมีสำนึกบาป ขอขมากันหรือไม่ ก็ได้แต่หวังจริงๆอยากให้เขาเหล่านั้นกลับตัว กลับใจมาสวมวิญญาณที่มี สำนึกครู อีกครั้ง

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

25 Jan: มิจฉาทิฐิ


วันนี้เตรียม slide สอนวันพรุ่งนี้ เย็นกลับมาทำความสะอาดบ้าน

 เย็นได้ดูรายการเจาะข่าวเด่น สรยุทธ์ กับคนห่มเหลืองชื่อเกษม เห็นแล้วเข้าใจคำว่า มิจฉาทิฐิ จริงๆ และเข้าใจมากเลยว่าทำไมเราจึงไม่ควรเถียงกับคนที่มีมิจฉาทิฐิ ถ้าจะโต้แย้งกันอีกฝ่ายต้องมีความเข้าใจเรื่องนั้นๆ ศึกษามาก่อน พูดง่ายๆคือมีปัญญามาด้วย ไม่งั้นแทนที่จะสร้างสรรค์อะไรให้เกิดขึ้น กลับจะกลายเป็นการทำให้เสื่อมมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้เข้าใจศึกษา หรือศรัทธาที่ดีพอ  ดาบสองคมจริงๆ พรุ่งนี้มีรายการนี้ต่ออีกตอน

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

24 Jan: โบนัส..ตอบเกณฑ์คาใจ..ความจริงของยุคสมัย

hitechcj.com

บ่ายนี้เปิด mail เจอ mail ของอจ.น้องๆที่มหาวิทยาลัยที่อุตส่าห์ส่ง mail เรื่องกฎเกณฑ์ไปให้หลายๆคนในมหาวิทยาลัยรวมทั้งเราด้วย ว่ามีคนตั้งข้อข้องใจสอบถามเรื่องเกณฑ์การให้โบนัส (ที่บอกว่า "ลับ" ) นั้น ที่จริงแล้วตามระเบียบเขามีกฎเกณฑ์ ระเบียบของกพร. แล้วแนบมาให้อ่านกัน เราเลยเปิดอ่าน scan แบบหยาบมากเลยจำไม่ได้ คิ คิ

จริงๆ..อ่านแล้วหรือไม่ต้องอ่านให้เสียเวลาก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจทุกคนว่า มหาวิทยาลัยที่อ้างว่าเป็นมหาลัยเพื่อท้องถิ่นนั้น ใช้กฎอะไรเป็นเกณฑ์ เราเข้าใจความรู้สึก ที่น้องดอกเตอร์หลายคนที่เขาสอนมาก ทำงานจริงจัง กลับได้โบนัสน้อยกว่าแม่บ้านที่ทำงานในตึกนั้น ซึ่งหลายๆคนก็ได้อย่างไม่ยุติธรรม บางคนได้มากจนงงๆๆ เช่น ระดับรองอธิการคนหนึ่ง ได้ 290,000 บาท เทียบกับผู้บริหารในระดับรองอธิการเหมือนกันได้แค่ 180,000 บาท คนหลังเลยกิน...พอมึนๆเลยเผลอตัดพ้อออกมาความลับเลยไม่ลับ แล้วอาจารย์ธรรมดาๆๆดอกเตอร์น้องๆที่ได้กัน 8,000 ไม่ต้อง...จนหัวทิ่มบ่อหรือไงเอ่ย  เราเลย mail ตอบกลับไปด้วยข้อความข้างล่างนี้


....As i know from here กด-เกณฑ์ is beter than กฎเกณฑ์  555

ข้อความต่อไปนี้อาจช่วยให้คำตอบได้บ้างกรณีเหตุปัจจัยอย่างเดียวกันอาจไม่นำไปสู่ผลอย่างเดียวกัน

"....ในทำนองเดียวกัน คนต่างคนทำความดีอย่างเดียวกัน คนหนึ่งทำแล้วได้รับการยกย่องสรรเสริญ เพราะเขาทำในที่ที่เขานิยมความดีนั้น หรือทำเหมาะแก่กาลเวลาที่ความดีนั้นก่อประโยชน์แก่คนที่ยกย่อง อีกคนหนึ่งทำแล้วกลับไม่เป็นที่ชื่นชม เพราะทำในที่ที่เขาไม่นิยมความดีนั้น หรือทำแล้วเป็นการทำลายประโยชน์ของคนที่ไม่พอใจ......."

ข้อความอันนี้มาจากหนังสือวิธีคิดตามหลักพุทธธรรมของท่าน ประยุทธ์ ปยุตโต

(มีที่มหาวิทยาลัยมหิดลบางคณะเขาได้รับโบนัสเท่ากันทุกคนไม่มีผู้บริหารหรืออาจารย์เพราะเขาคิดว่าทุกคนช่วยกันขับเคลื่อน)

ของมหาวิทยาลัยเรานี่ปกติก็น่าปลื้มมากกกกก !!!!ที่เห็นผู้บริหารเขียนการ์ดชื่นชม ทำโลห์ชื่นชมระดับปฎิบัติการตลอดเวลาว่า".."ช่วยกันทำให้มหาวิทยาลัยมีผลงาน ฯ ช่วยกันขับเคลื่อนเหมือนกัน 555

ดังนั้นอย่าไปสงสัยอะไรเลย อะไรที่ "ลับ" ก็อย่าไปสงสัย อะไรที่ "เปิด" ก็อย่าไปเชื่อ ให้ดูที่ "คน"ในสังคมนั้น เมื่อรู้แล้วว่าเป็นเช่นใดก็อย่าไปให้ค่ามันมากนัก เพราะความจริง ความดี ความซื่อตรง ความซื่อสัตย์ สัจจะ ความมีคุณธรรม ศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องถูกบ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตั้งแต่ในครอบครัวที่ปฎิบัติและหล่อหลอมกันมา กระทั่งครูที่อบรมสั่งสอนกันมา อันนี้จึงควรสบายใจ ตัวเราเท่านั้นทำในสิ่งที่ถูกควรเป็นพอ เงินภาษีแผ่นดินเป็นเงินไม่ธรรมดาจริงๆ ..พวกเราโชคดีที่ได้มาในวิถีที่ถูกต้อง (ไม่ได้เบียดเบียนใครมา)..............ก็ไม่รู้ว่าที่เราเขียนตอบนี่จะทำให้สบายใจกันได้หรือเปล่า?

21-22-23 ตรุษจีน

ที่มาภาพ theholidayspot.com

ตรุษจีนไป BKK ร่วมฉลอง+ไหว้+กินๆๆ ที่บ้านป่าป๊า ม่าม้า ของสามี ปีนี้อาปาสั่งโตะจีนเลี้ยงลูกหลานเช่นเคย ปีนี้เลี้ยงที่ภัตตาคารจีน ที่สามย่าน เป็นของเพื่อนอาปา หมึกแดง ได้แนะนำรายการอาหารไว้ หลายอย่างแต่อาปาก็เอาแบบที่เคยชอบๆกันแต่เพิ่มปลาดิบสูตรพิเศษ เราถูกคะยั้นคะยอให้กินกลัวคาว แต่ลองกินแบบที่บอกกับน้ำจิ้มพิเศษแบบหวาน ไม่คาวคงเพราะหวานกลบ แต่ลองแค่ชิ้นเดียว ที่บ้านสามีทุกคนพี่น้องจะมารวมญาติเป็นประจำอยู่แล้วในรุ่นลูก แต่รุ่นหลานพอโตๆแล้วก็จะถูกกระเตงๆมาเหมือนเก่าให้พร้อมหน้ากันค่อนข้างยากเพราะบางคนติดเรียน ติดเข้าค่าย ปีนี้รุ่นหลานเลยขาดเจ้ามินท์ไปหนึ่งคนเพราะเรียนสถาปัตย์ปี 3 จุฬาฯ ติดงานเขียนแบบที่ทำกันหามรุ่งหามค่ำ ครอบครัวสามี มีสถาปัตย์จุฬาฯ 3 คน เลยเข้าใจกันว่าเรียนหนักมาก อีกคนจะเรียนตามพ่อแต่พ่อเขาไม่ให้เรียน ปีนี้ยังขาดลูกสาวและลูกเขยอีกคู่เพราะทำงานกระทรวงการตปท.อยู่มาเลเซีย แต่ได้โทรศัพท์มาคุยกับเราก่อนเราไป BKK เพราะมีปัญหาเรื่องความดันสูง (อันนี้ง่ายมากเรารักษาหายไปนับไม่ถ้วนรายแล้ว เพียงแต่ที่มาเลเซียไม่น่าจะมีสมุนไพรที่เราต้องใช้ แต่แนะให้ลองหาต้นที่แทนกันได้และมาเลย์น่าจะมี) ปีนี้ก็รวมญาติสายตรงกันได้ 20 กว่าคน ฉลองตรุษจีนด้วยการให้อั่งเปาเด็กๆ และให้ปาปา ม่าม้า รุ่นลูกๆให้ของขวัญกัน ปีนี้เราให้ผ้าเช็ดตัวรูปสัตว์คู่น่ารักทุกคนชอบถุงผ้า packing ที่ใส่

ไปไหว้ไท่ส่วยเอี๊ย ที่วัดเล่งเน่ยยี่ อย่างน้อยสิ่งที่ได้คือความสบายใจและสุขใจที่ได้ทำบุญในจุดต่างๆที่มีให้ทำ ไม่ว่าจะทำบุญที่ไหนๆ ผลบุญและกุศลก็ส่งผลให้เกิดความสุขทุกครั้งที่ทำ ก็ดีทั้งนั้น

ขอให้ทุกๆคนที่ได้เข้ามาเยี่ยมเยือนกันในนี้ พบแต่สิ่งที่ดี มีมงคล สุขภาพแข็งแรง เจริญในธรรม ตลอดปีและตลอดไปนะคะ  :)


ที่มาภาพ:siambrandname.com

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

20 Jan: ไปเลี้ยงนักเรียนรร.สอนเด็กตาบอด


วันนี้เช้าเตรียมไปรับรายการอาหารที่สั่งไว้ ไก่ทอด ขนมลูกชุบ วุ้น เลี้ยงนักเรียนตาบอด มีเด็กประมาณ 70 คน เด็กจะลงมาทานอาหารประมาณ 11.30 น ระหว่างรอเราก็เดินไปดูเด็กเรียนหนังสือกัน  ได้เก็บภาพน่ารักของพวกเขา เราจำได้หลายคนที่เคยเจอเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เลยทักทายถามข่าว บางคนโตเร็วจังสูงขึ้นหน้าตาเปลี่ยนไป กิจกรรมของพวกเขาเราจะเขียนเอาไปลงอีกบล็อกที่ http://meecorner.blogspot.com/2012/01/blog-post_20.html

กลับเที่ยงเศษ แวะทานข้าวกันที่ร้านกองข้าวหอมในเมือง ไม่ค่อยประทับใจนัก ไม่สมราคา คิดว่าคงไม่พาใครไปอีกแล้ว

บ่ายไปเอาหนังสือ ไปดูลูกหนูชมพู่ ตั้ง 7 ตัว แน่ะ มีคนจองหมดแล้ว

วันนี้ได้ข่าวจากคนนอกว่าที่ในมหาวิทยาลัยเช้านี้มีตำรวจเข้าไปหลายคนเพราะอาคารต่างๆถูกงัดหลายสิบจุด เราก็บอกว่ามีกล้องวงจรปิดน่าจะมากกว่า 50 ตัวในมหาวิทยาลัย ติดเต็มไปหมดตั้งแต่มีใบปลิวข่าวของอธิการและรองอธิการออกแจกหลายครั้งเมิ่อปีที่แล้ว อธิการเลยใช้งบติดกล้องซะให้ทั่วไปหมดจะได้เฝ้าระวัง เขาก็บอกว่ามีการตัดสายกล้องออก สงสัยงานนี้เกลือเป็นหนอน หรือ....???
วันนี้ที่มหาวิทยาลัยรับสมัครนักศึกษาภาคปกติรุ่นใหม่อีกครั้งแล้ว เฮ้อ!  เห็นแล้วเศร้าใจ อนาถใจทุกครั้ง สงสารอนาคตของประเทศจริงๆ  ที่นี่เอาแต่ปริมาณอย่างเดียว คุณภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่..

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

17-18 Jan: สังสรรค์เพื่อนเก่า (ที่แก่แล้ว)

เมื่อวานนัดกันกับเพื่อนร่วมรุ่นระดับประถมปลาย ได้ 12 คนมาจากที่ต่างๆสังสรรค์ปีใหม่ เพื่อนในวัยเด็กเป็นเพื่อนที่ดีมาก คบกันด้วยความรู้สึกที่ไม่ยึดติดอะไรนอกจากความเป็นเพื่อน มีอาชีพอะไร ไม่สนใจ ลูกสามีเป็นใครก็ไม่ค่อยใส่ใจนอกจากเอามาล้อเลียนกัน ไม่มีสงวนท่าที แย่งคุยกันยิ่งกว่าเด็ก สงสัยจะปล่อยแก่กัน ใครมีเรื่องทุกข์ก็ช่วยรับฟัง แก้ปัญหาได้ก็ช่วย แก้ไม่ได้ก็บอกว่าตัวใครตัวมันเนอะ ...รอบแรก เราไปคนแรกช่วยสั่งอาหารเสร็จระหว่างรอก็นั่งเจาะรูกระดาษคำตอบ ตรวจข้อสอบ โดนแซวว่า" meepole มันเป็นยังงี้ตั้งแต่เด็ก ไปไหนต้องเอาหนังสือไปด้วย" กลับเกือบ4ทุ่ม คนอื่นอยู่ต่อ เราต้องรีบมาทำคะแนนต่อ งานนี้เจอ "ชาย" เพื่อนเก่าสามสถาบันเขาดีใจมากที่เจอเราจนเขาน้ำตาไหล งงๆๆ ทำไมต้องดีใจมากขนาดนั้นน้อ! เอาหนังสือไป20 กว่าเล่มแจก ไม่พอ เพราะบางคนจะเอากันหลายๆเล่มไปให้ต่ออีก เลยผลัดไว้ก่อนจะเอาไปให้ทีหลังอีก

วันนี้สอนทั้งวัน ไม่เหนื่อยนัก  บ่าย ดร. Bo  + ดร.กำแหง (มอ.) มาจากสงขลาแวะมาหา เลยเลิกสอนก่อนเวลาลงไปคุยกันที่ห้องดร.ดาว ดร.ชุ  ดร.กานต์ คุยกันขโมงสารพัดเรื่อง (ความแย่ของผู้บริหาร ตามเคย) ก็บอกว่าปัญหาโลกแตก กิน  กาม  เกียรติ เป็นกิเลสที่หากคนไม่มีสติ ย่อมยับยั้งไม่อยู่ ยิ่งพวกนี้เขาไม่มีหิริ โอตตัปปะ ก็ยิ่งผลักดันพวกเขาไปได้ไกลมากขึ้น

พวกเขาพาไปเลี้ยงกัน แต่เราขอตัวเพราะงานค้างมากไปแล้ว และให้พวกดอกเตอร์หนุ่มสาวเขาไปกันดีกว่า เราไปก็จะกลายเป็นคุณแม่พาลูกๆไปหลายคน หุ หุ

ค่ำนี้เพื่อนบ้านโทรมาชวนไปทานน้ำชาคุยกัน ไปตั้งแต่ 2 ทุ่ม กลับเอาเที่ยงคืน

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

17 Jan: วันครู วันของศิษย์

ที่มาภาพ: oknation.net


เพราะ"ครู คือผู้ปลูกฝังความรู้และความดี" วันนี้จึงได้ไปเยี่ยมคารวะกราบคุณครูผู้สอนความรู้ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้เราเห็นต่อจากเมื่อวานอีกวัน....วันนี้ ตั้งแต่เช้า เราไปซื้อพวงมาลัยดอกไม้สดไปคารวะคุณครูต่อ ไปบ้านผอ.เชิดคนแรก (78 ปี)  เจออ.ชัยยุทธ เพิ่งเกษียณไปนั่งคุยอยู่ก่อนแล้ว ผอ.และพี่อุทัย ดีใจมาก ให้พรยาววววมาก ว่าแล้วนั่งคุยต่อผอ.ถามเราว่ารีบไปไหนไหม เราก็บอกไม่ เพราะผอ.จะชวนคุยเรื่องธรรมะ เลยยาว ชั่วโมงเศษ  ลากลับพร้อมรับปากว่าจะพา link ไปคุยเรื่องธรรมะที่ยังข้องใจดีกว่า แม่นกว่าเรานัก  หลังจากนั้นแวะไปหาครูเนติภรณ์ (93) อจ.ยังเหมือนปีที่แล้ว ความจำดี หูตาดี ขึ้นลงกระไดที่ชัน 2 ชั้นได้สบายมาก เดินไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ปีนี้มีนักเรียนที่เติบโตมีหน้าที่การงาน ไปอยู่ยังประเทศต่างๆ 21 คนมาหาอจ. จาก เวียตนาม เปรู ฯ  อจ.คุยด้วยความอิ่มใจที่มีศิษย์ระลึกถึงพระคุณ มาเยี่ยมเยือน คุยพอสมควรกลับมาทานเที่ยงที่บ้านเสร็จ บ่ายเศษไปต่อ ไปกราบปีใหม่ท่านวิสุทธิ์ที่วัดศานติไมตรี เอาตะกร้าที่น้องดร.รุ่นกลางมาฝากเราไปถวายท่าน เพราะได้ตั้งใจตั้งแต่แรกและบอกน้องๆไว้แล้วว่าจะนำไปถวายพระให้ร่วมอนุโมทนา  สนทนาพอสมควรแก่เวลา ท่านอยากได้ข้อมูลเรื่องย่าเหล เลยอาสาท่านจะกลับมา search ให้ สายโทรศัพท์ท่านที่วัดมีปัญหาเลยใช้ internet ไม่ได้  กลับจากนี้ก็ไปหาพี่พลและพี่อู้ดต่อ (early retire ปีนี้ทั้งคู่) ตั้งใจจะคุยไม่นาน กลายเป็นนานมาก จน 5 โมงเย็น ไป BigC ต่อ ทำธุระจน เกือบ 6 โมง ซื้อโดนัท 1 กล่องฝากให้ลูกพลขับ ที่ขับรถให้ทั้งวัน

วันครูปีนี้ผ่านไปด้วยความสุข อิ่มใจของครู ส่วนศิษย์อย่างเราได้พรจากใจของครูมาเต็มล้น จำไม่ได้หมดแต่ทุกคำที่ออกจากใจและปากของครูล้วนมีมงคลทั้งสิ้น เพราะท่านให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และปรารถนาดี สุขและปิติใดจะมากเท่ากับเราสามารถทำให้ผู้มีพระคุณมีความสุข ยิ่งท่านเหล่านั้นสูงวัย จนคนรุ่นใหม่หลายๆคนไม่เห็นคุณค่าอาจเห็นเป็นเพียงคนแก่ที่เดินผ่านไปมา แต่แท้จริงแล้วท่านเหล่านั้นยังคงเป็น "ครูของศิษย์ และเราก็เป็นศิษย์ของครู" ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากจะบอกครูว่า เราโชคดีที่มีครูดี เป็นสิ่งที่เราบอกทุกคนที่มีโอกาสสนทนาด้วยแลแม้กระทั่งสอนเด็กก็บอกเช่นนี้กับเขาเช่นกัน  ขอบพระคุณคุณครูทุกคน สำหรับความเป็นครูที่ท่านมีให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สิ่งที่เราตอบแทนท่านได้มีอย่างเดียวคือ เป็นคนดีของสังคม และโชคดีที่เราเป็นครู จึงสามารถนำสิ่งดีที่ท่านมอบมาถ่ายทอดต่อไป

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

16 Jan :วันครู ไปกราบคุณครู

วันนี้เช้าจัดการธุระต่างๆเรียบร้อย ก็ตั้งใจไปกราบคุณครูผู้สั่งสอน ตั้งแต่ชั้นประถม-มัธยมปลาย ชั้นอนุบาลเหลือ 2 คน คุณครูอรุณ และคุณครูละออ อายุก็ 70 up ไกล้ 80 แต่ยังแข็งแรง วันนี้บ่ายไปเยี่ยมกราบคุณครูอำพนเป็นคนแรก (85) อยู่ไกลคนละอำเภอ เคยสอนเราตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 เอาผลไม้/ดีนางาดำไปบำรุง และผ้าเช็ดตัว set สวย 1ชุด หลังจากกราบที่อกอจ. จับมือให้กำลังใจ ก็ลากลับ    .................หลังจากนั้นก็กลับเข้ามาอำเภอเมืองไปกราบอ.คลิ้ง (80 up) และภรรยา (65) สอนมัธยมปลาย เอารังนกไปบำรุง อจ.ทั้งสองยังแข็งแรงเดินออกกำลังกายทุกวัน มัวหลงทางเล็กน้อยเข้าซอยเล็กซอยน้อย เข้าทางลัดเลยหลง ..............แล้วไปกราบอ.เสริมสุข (76)  ต่อ เอาveta เบอรี่ ไปเยี่ยม อจ.สอนตอนประถม 6 อจ.เป็นเบาหวานเดินไม่ได้ ต้องถด แต่มีลูกดูแลดี สุขภาพจิตอจ.เลยยังดีอยู่ เราบอกอจ.ว่าไปเยี่ยมกราบอจ.อำพนมา อจ.เลยขอให้เล่าสุขภาพของอ.อำพน ก็เลยเล่าให้ฟัง อจ.เสริมสุขเมื่อฟังจบก็พูดว่า" meepole เธอได้บุญมากที่ทำให้อจ.เขาดีใจ ให้อจ.เขาระลึกได้ ได้บุญจริงๆ" ครูก็ดีใจที่เธอมาเยี่ยมเพราะมีเธอและเก่ง (อจ.คิดว่าอยู่รุ่นเดียวกัน แต่เราไม่แน่ใจว่ารู้จัก?) เท่านั้นที่ยังมาเยี่ยมครูอาจารย์ อีกคนปีนี้มาไม่ได้อยู่กทม.แต่โทรศัพท์มา เราคุยได้ไม่นานต้องรีบกลับเพราะต้องไปสวดมนต์ต่อ เลยยังไม่ได้เยี่ยมอจ.อีก 3 คน

พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมกราบอจ.อีก วันนี้อจ.ทุกท่านให้ศีลให้พร ให้อยู่เย็นเป็นสุข แค่นี้ก็สุขมากแล้ว แต่ที่สุขมากคือทำให้อจ.มีความสุขและดีใจ เราขอบคุณอจ.ทุกท่านที่นอกจากสอนวิชาความรู้แล้ว อจ.ยังสอนให้เราเป็นคนดี และอจ.สมัยก่อนนั้นท่านปฎิบัติดี เคี่ยวเข็ญลูกศิษย์ ให้เรียนและเป็นคนดี ลงโทษเมื่อทำผิด และเอาใจใส่ ต่างกับยุคนี้ที่ส่วนมากต้องทำผลงานของตัวเองก่อน จึงไม่ค่อยเหลือเวลาเอาใจใส่ศิษย์มากนัก

วันนี้สวดมนต์เสร็จ นั่งสมาธิก็แผ่กุศลให้คุณครูอำพลให้อจ.ไม่เจ็บปวด ให้อจ.นอนหลับได้สนิทแม้เพียง1 คืนก็ยังดี ออกจากสมาธิก็ยังคงอุทิศอานิสงส์ให้คุณครูเช่นกัน (รายละเอียดจะเขียนเพิ่มเติมต่อ เป็นเรื่องที่ยังไม่อยากเขียนวันนี้)

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

15 Jan: เงา

เงา

เมื่อคืนฝนตกตลอด วันนี้ฝนตกไม่มากแต่ไม่มีแสงแดด อากาศค่อนข้างเย็น ไม่ได้ออกไปไหนทั้งวัน เช้านี้พระอาจารย์ไปเป็นประธานการประชุมของพุทธสมาคม เราเลยไม่ต้องเข้าเมือง วันนี้เลือกนายกสมาคมคนใหม่แทนผอ.โกวิทที่เสียชีวิตไป และก็ได้อจ.ล้วน เป็นนายกฯคนใหม่

เห็นโฆษณาขาย DVD เรื่อง Buddha ของ BBC ก็ตั้งใจทันทีว่าจะอุดหนุน พอฟังต่อรายละเอียดที่เขาเอามาโฆษณา ถึงผู้มีชื่อแสดงทัศนะ ความคิด ในเอกสารรูปเล่มที่มีให้ ยกตัวอย่างเห็นหลายคนที่มีชื่อเสียงในลักษณะต่างๆในสังคม แล้วรู้สึกว่าเขาสนใจแต่ชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักของคนเหล่านั้นในสังคมที่นิยมให้ค่าเพี่ยงที่เห็นอย่างผิวเผิน เพราะหลายคนเหล่านั้น เรารู้มี่มาและที่เป็นไป และสร้างภาพเหมาะกับคนยุคใหม่ที่ไม่มีการศึกษาอะไรลึกซึ้งเลยเป็นเหยื่อของคนเหล่านั้นไปมากมาย สร้างความร่ำรวยอยู่เบื้องหลังในคราบผู้มีธรรมะ ก็เลยตัดสินใจไม่ซื้อดีกว่า จะได้ไม่เห็น จิตก็จะไม่หดหู่

หากคนเราสามารถสะท้อนตัวตน และจิตใจภายในได้เหมือนเงาตนเองให้คนอื่นได้เห็นก็ดีไม่น้อย แต่ทว่าความจริงแล้วเราไม่สามารถมองเห็นหรือแปลสิ่งที่เห็นให้ตรงกับความจริงได้เลย เพราะเราส่วนมากนั้นรีบตัดสินทุกอย่างจากสิ่งที่เห็น เห็นเขายิ้มก็บอกว่าใจดี เห็นเขาดุ ก็ตัดสินว่าเขาร้าย โดยไม่ศึกษา ไม่ดูเข้าไปในตัวตน

บางคนสอนเรื่องการกตัญญูรู้คน ความอ่อนน้อม แต่กลับอกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ของตนเอง แสวงหาผลประโยชน์จากครูอาจารย์ แข็งกระด้างต่อผู้ใหญ่ แต่กลับอ่อนโยนต่อฝูงชนผู้สามารถสร้างกระแสและสร้างชื่อเสียง ฐานะให้ตนได้  การสร้างภาพเช่นนี้มีมากในสังคมเรามากนัก เพราะเขาก็รุ้จุดอ่อนแอของคนในสังคมปัจจุบันเช่นกันว่าส่วนมากขาดปัญญา แสดงให้เห็นก็เชื่อที่เห็น

วันนี้ส่งmail ไป HNY Jeremy คิดถึงอจ.นะ นั่งอ่าน diary note ตอนไปใหม่ๆว่าอจ.ก็เมตตาเรามากพอควร

My silent corner 14 : King's college; Thanks ! Tundee


ตราสัญญลักษณ์ของ University of London

ในที่สุดวันรุ่งขึ้นราวบ่ายสามโมงก็รอ Tundee เป็นนัดบอดเพราะไม่รู้คนไหน รอสักครู่เห็นคนๆหนึ่งเดินผ่านเข้ามา และเดินเข้าในห้อง Jeremy เลยเดินตามเข้าไปแล้วถามเขาว่า Are U Tundee? แล้วก็..ไช่เลย เขาน่าจะมาจากอัฟริกา ตัวดำมากกกก ตัวเล็กพูดสำเนียงไม่ขัด และคล้ายๆติดอ่างด้วย  ก็เลยคุยถาม Jeremy ว่าจะต้องทำอะไร ก็สรุปว่าให้เราหาเอกสารอ่านเกี่ยวกับอาหารเลี้ยงเชื้อก่อน และเอาบางส่วนจากทุนดี เขาจะเอามาให้พรุ่งนี้ เราก็ต้องเปรียบเทียบศึกษาอาหารแต่ละสูตร เพื่อเอามาผสมสูตรใหม่ๆที่จะทดลองเลี้ยง  T.aromatica  ขึ้นไปชั้น 4 ตามทุนดีไปดูห้อง lab เขา ก็เป็นแบบเดียวกับชั้น 3 เป็นช่องทางเดินแคบๆ ห้องปิดทุกห้องต้องชะแง้ดูตรงช่องกระจก ถ้าเขาไม่เอากระดาษปิดช่อง แต่เขาก็จะมีชื่อของ Professor ติดหน้าห้อง แต่ชั้นนี้เงียบมากๆๆๆ บรื๋อ! ...เราไม่ชอบท่าทางทุนดีนัก แปลกๆแข็งๆกระด้าง ยังไงไม่รู้ เขาหยิบเอกสารบางอย่างให้ เขาบอกให้เราอาไปถ่ายเอกสารเอง เราขอเอกสารที่ Jeremy บอกไว้ แต่เขาบอกว่าเขาเขาจะให้แค่ ชื่อreference ไปค้นเอาเอง นัดไปเอากับเขาพรุ่งนี้ 11 โมง

...ทุนดี เท่าที่รู้มาเขาไม่ค่อยมา lab เขามีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการเรียนและ ข้อจำกัดส่วนตัว แทบไม่มีใครคุยกับเขาเลย ดังนั้นการติดต่อกับทุนดี ไม่ไม่ไช่เรื่องง่ายนัก เขาผิดนัดบ่อย ขี้หงุดหงิด เราได้ฝึกความอดกลั้นกับเขาเป็นด่านแรก เพราะเวลาเขาพูดเราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เคยขนาดบอกเขาว่าเขียนมาให้อ่านดีกว่า ฟังไม่รู้เรื่อง  เขาก็โวยวาย  เราจำได้ว่าเคยหลุดไปครั้งหนึ่งทนไม่ได้ เลยเห็งบไปดังๆบ้าง  กว่าจะนัดเขาได้แต่ละครั้งห่างเป็นอาทิตย์ถึงเดือนทีเดียว สิ่งที่เราต้องเอาความรู้จากเขาคือการเลี้ยงเชื้อในสภาพไร้ออกซิเจน (strictly anaerobic  cultivation) ใน glove box และ ให้ยืม anaerobic jar ทดลองใช้

อันนี้เป็นตัวอย่างของ anaerobic chamber ที่ทุนดีต้องสอนเรา set ระบบ
ที่มาภาพ chem.rochester.edu

ขั้นตอนทุกขั้นตอนที่ต้องทำภายใต้สภาพไร้ออกซิเจน มันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเราหมด และค่อนข้างทรมาณเลยในครั้งแรกนี้ เพราะการสื่อสารกับทุนดีไม่ราบรื่น เราเองก็ภาษายังไม่แข็งแรงนักสำหรับศัพท์ด้าน microbiology ทุกอย่างต้องรีบกลับมาเปิดหนังสืออ่านทำความเข้าใจให้เร็วที่สุด เป็นอย่างนี้เป็นระยะในช่วงปีแรก ประมาณ 8 เดือน หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้ติดต่อทุนดีอีก มารู้ข่าวเขาในอีกปีเศษต่อมาว่าหากเขาไม่มาจัดการ lab ให้เรียบร้อย ห้องlab เขาจะถูกปรับเปลี่ยน และในที่สุดเขาไม่มาและไม่มีใครได้ข่าวทุนดีอีก

 สรุปว่าทุนดี เรียนไม่จบ เราจำหน้าชัดเจนของทุนดีไม่ได้แล้วแต่ยังจำน้ำเสียง กิริยาของเขาได้อยู่ แต่ยังไงก็ตามเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนในประเทศอังกฤษ เป็นชาวตางชาติคนแรกที่ทำให้เราเครียดกับการเริ่มต้นเรียนที่นั่น แต่ขอบคุณเขาที่เขาก็ให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง  Thanks ! Tundee

รูป anaerobic jar