วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
6 Nov: EM ไม่ไช่คำตอบของทุกเรื่อง
เช้านี้สิ่งที่เรากังวล และเขียนบ่นในนี้ไปแล้ว(หลายวันมาแล้ว ลงpaper วิจัยให้อ่านด้วย) บ่นกับคนหลายๆคนที่สนิท และสอนนศ. เกี่ยวกับดาบสองคมของ EM ball ได้มีคนออกมาถกเถียง กันจนเป็นข่าวเล็กๆ (เพราะสื่อยังไม่รู้ว่าEM ball ที่ทำอยู่ไม่ถูกต้องนัก ถ้ารู้จริงเมื่อไหร่ ข่าวใหญ่แน่) ว่าการใช้ EM ball อาจไม่ได้ผลดี และเกิดผลในทางตรงข้าม โชคร้ายที่นักข่าวไปสัมภาษณ์ดร.อาวุโสมากแล้วคนหนึ่ง จากสถาบันที่มีชื่อดังๆ (สถาบันเดียวกับที่ตอบว่าอุทัยทิพย์ คล้ายกับด่างทับทิมนั่นล่ะ)เราแอบคิดว่าคงเป็น conservative ด้านความรู้ ไม่ได้ตามอะไรไหม่ๆหรือคิดอะไรให้ยาว คำตอบเลยเป็นแบบชาวบ้านทั่วไปก็คิดได้ และรู้แต่ที่เขาต้องการฟังมากกว่านั้นคือมันได้ผลจริงหรือ เขาก็ตอบเลี่ยงไป สุดท้ายไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เป็นอันว่าคงมีคนไม่เข้าใจปั้นลูกหลานเหลนของ EM ball ไว้ขว้างเล่นอีกเป็นล้านๆลูก สงสารอะไรดี?? ไม่รู้จริงๆว่าคนที่สนับสนุนจุดประกายเรื่องEM ball รู้และหวังดีจริงๆ หรือเป็นเรื่องของผลประโยชน์อีก น่ากลัวจังเมืองไทยที่ไม่โปร่งใส จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นความหวังดีอย่างแท้จริง หลังจากน้ำนิ่งจะเห็นผลของEM ball แล้วจะรู้ว่าผิดไปอีกแล้ว แต่ถึงตอนนั้นคงสายแล้วต้องยอมรับผลที่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่ศึกษาเงื่อนไขการใช้ให้ดี
ญี่ปุ่นเองก็พิสูจน์มาแล้วตอนสึนามิ ว่าใช้ EMball ไม่ได้ผลให้งดใช้เลย คนที่บอกว่าใช้ได้ก็มีบริษัทที่ผลิตเท่านั้น ที่ไหนก็เหมือนกันหมด มีเงินมา ความเป็นคนก็ขายได้ ไม่คำนึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น เล่นกับเชื้อที่มองไม่เห็นอันตรายจัง ขนาดเราจบด้านเชื้อสิ่งแวดล้อมมายังไม่สบายใจแทนเลย ใช้ผิด ทำผิด เสียหายเยอะมาก ทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่โดนเต็มๆ
internet เสียเกือบสองวันตั้งแต่เมื่อวานเช้า จนวันนี้เย็นช่างขององค์การโทรศัพท์มาช่วยซ่อมแบบชั่วคราวเอาสายมา jumpให้ก่อน ช่างก็น่ารักมาก เราต้องหาช่างเดินสายมาโยงใหม่ให้เรียบร้อยเอง ก็ยังดีกว่าไม่มีใช้
เลยทำให้เตรียมตำราไม่ทัน ต้องเลื่อนนัดไปอีก
วันนี้ไปทานเที่ยงกับ pa และครอบครัวกีและแปะ ที่พลับพลาซีฟู๊ด
วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
4 Nov: กฐิน/ บทความน้ำกัดเท้า
วันนี้ยุ่งมากทั้งวัน ช่วยงานกฐินพระราชทาน ผ่านไปอย่างเรียบร้อย วันสองวันนี้มีหลายเรื่องต้องทำ และทุกเรื่องรีบทั้งนั้น เลยต้องแบ่งเวลาให้ทุกๆเรื่อง แต่เอาเรื่องส่วนตัว ครอบครัวไว้หลังสุด ตอนนี้น้ำท่วมเราอยู่สบายดี ต้องช่วยส่วนรวม อยู่กับวิชาการก็ชอบเขียน ก็เขียนช่วยคนร่วมชาติก่อน ถือว่าใช้หนี้แผ่นดินที่ให้ทุนไปเรียนต่อจนจบกลับมา ทำงานท่ามกลางความเงียบมาหลายปี ค่อยๆทะยอยช่วย จนกว่าน้ำลด
ตอนบ่ายสามเข้ามหาวิทยาลัยไปถ่ายรูปที่หนูนา และโหน่งเตรียมสารละลายด่างทับทิมที่ conc.ต่างๆไว้ให้ชาวบ้านที่ไม่ไช่นักวิทย์ เทียบสี ให้เขาใช้ให้ถูกจะได้ปลอดภัยกัน
ติดตามเรื่อง น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมบรรเทาน้ำกัดเท้า และบาดแผล ได้ที่
ตอนบ่ายสามเข้ามหาวิทยาลัยไปถ่ายรูปที่หนูนา และโหน่งเตรียมสารละลายด่างทับทิมที่ conc.ต่างๆไว้ให้ชาวบ้านที่ไม่ไช่นักวิทย์ เทียบสี ให้เขาใช้ให้ถูกจะได้ปลอดภัยกัน
ติดตามเรื่อง น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมบรรเทาน้ำกัดเท้า และบาดแผล ได้ที่
ป้ายกำกับ:
ด่างทับทิม,
น้ำกัดเท้า,
น้ำท่วม,
meepole
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
3 Nov: สอนชั่วโมงแรก/เบื่อ(รังเกียจ)การตรวจผลงานที่ผู้ส่งมาไม่ได้ทำเองมาก
ที่มาภาพ: it24hrs.com
เมื่อวานเอาเอกสารการสอนของดอกเตอร์คนหนึ่ง (ช.อ.) ของคณะวิทยาศาสตร์ที่ส่งมาให้ตรวจแก้ไปส่งคืนคณะ แก้เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกแก้ไปทุกหน้า จนต้องเขียนบอกไปว่าให้ตรวจใหม่เองก่อนส่งมาให้ตรวจ ไม่ไช่ให้เด็กเจ้าหน้าที่เขียนให้แล้วส่งมาให้ตรวจแบบนี้ ครั้งที่สองแก้อีกเพราะบางเรื่องไปตัดต่อเปลี่ยนมา บางอันแก้แล้ว ไม่ไปแก้ส่วนที่เกี่ยวกัน ไปcopy ภาพจากหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลมาใส่ โดยตรามหาวิทยาลัยที่เขาประทับยังโผล่มาให้เห็นและไม่ใส่ที่มาอีก เนื้อหากับชื่อเรื่องคนละเรื่องกัน บทปฎิบัติการ เรื่องหนึ่งแต่ใช้อุปกรณ์ของอีกปฎิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะไปcopy มาใส่โดยไม่ดูอะไร บางเรื่องยกตัวอย่าง ..ใช้พืชผัก ผลไม้ เช่น คะน้า มะม่วง ตับ?? บางบทเขียนว่า ดังปฏิบัติการข้างต้นและไม่มีปฎิบัติการให้เห็น บางปฎิบัติการไม่มีอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้ โครงสร้างของนกตัวผู้เขียนเป็นของนกตัวเมียโดยอธิบายผิดเรื่องด้วย บางบทไปตัดต่อจากหนังสือ lab ของเครือข่าย globe โดยไม่ใส่ที่มา และตัดย่อเนื้อหาจนอ่านไม่รู้เรื่องเพราะตัดปะผิดที่ ให้ความหมายคำจำกัดความของศัพท์ผิด เขียนเนื้อเรื่องผิดเรื่อง อาจไปตัดต่อย่อจน ต่อไม่ถูก เราเลยสรุปเองว่าดอกเตอร์คนนี้คงไม่ได้เขียนเองเพราะเธอไม่น่าจะสะเพ่ราผิดได้ขนาดนี้ คงให้เจ้าหน้าที่ที่จบที่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแห่งนี้เป็นผู้เขียนให้ เหมือนที่เคยทำกับงานอื่นๆ เราคืนให้ที่คณะแล้วบอกว่าไม่ต้องส่งงานของดอกเตอร์คนนี้มาให้ตรวจอีก และไม่อนุญาตให้เขียนชื่อของเราในฐานะอะไรทั้งสิ้นในหนังสือของเธอ เพราเราไม่อาจรับรองคุณภาพของดอกเตอร์คนนี้ได้เลย
หลายครั้งที่หลายคนที่เผชิญกับดอกเตอร์ผู้นี้แล้วต้องย้อนกลับมาถามว่าเธอจบจากที่ไหน ใครเป็น supervisor ได้ยินแล้วสะดุ้งเพราะเธอจบป.เอกจากมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เราจบป.ตรี sup. ของเธอเคยสอนเราตอนป.ตรี เราไม่อยากโทษมหาวิทยาลัยเพราะสถาบันสร้างคนทุกประเภทออกสู่สังคม การคุมคุณภาพคงทำได้ในระดับหนึ่งเพราะทราบว่าระบบเปลี่ยนไปทำให้ตอนนี้ต้องคุมให้ป.เอก ป.โทจบตามเวลามากที่สุด ดังนั้นผลไม้ยังไม่สุกก็ต้องตัดหางปล่อยออกมา เลยเหมือนกับว่าครบตามเวลาก็ต้องพยายามปล่อยออกมา ไม่มีเวลาให้สำหรับคำว่าคุณภาพ เราเลยได้ดอกเตอร์ครึ่งสุกครึ่งดิบ หลอกคนเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ที่ร้ายกว่านั้นที่น่าห่วงเหมือนดอกเตอร์คนนี้ในสถาบันแห่งนี้ที่ไม่มีใครสนใจ จะสอนผิดถูก ให้เจ้าหน้าที่สอนแทน(นศ.เคยฟ้องมาแล้ว) ตรวจข้อสอบข้อเขียน ฯ ให้เจ้าหน้าที่เขียนแทนผิดถูกไม่มีใครสนใจ อนาถใจตรงที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้พยายามสร้างภาพให้เกิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น คุณภาพก็คงระดับท้องถิ่นจริงๆ น่าสงสารลูกหลานของพ่อแม่ของบางครอบครัวที่หวังในตัวลูกหลานที่จะได้ในสิ่งที่ดีๆ ฯลฯ หลายเรื่องที่ไม่อยากทบทวนเขียนเรื่องของสถาบันนี้ นอกจากจะพูดกับตัวเองว่า น่าสงสารพวกเขาหลายคน ที่มีโอกาสดีมากที่ได้เกิดมาเป็นครูคน แต่กลับใช้โอกาสนั้นสร้างและทำในสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรมครู ไม่ละอายต่อเด็กที่เรียกขานคุณว่าครู อาจารย์
ป้ายกำกับ:
ดอกเตอร์,
น้ำท่วม,
มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น,
meepole
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
2 Nov: มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น
วันนี้เขียนเรื่อง
น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมในครัวเรือน ใน
http://meepole.blogspot.com/
เข้าใจผิดเรื่องตารางสอน นึกว่าสอนวันนี้ ปรากฏว่าไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่ 07.45 น สอน 08.30 จอดรถหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ เจออาจารย์สิ่งแวดล้อมเดินมาพอดี ชี้ให้ดูขยะกองโตที่ใส่ถุงดำหลายใบวางกองคงรอรถขยะมารับ พร้อมแกลลอนสารเคมี 2 ใบวางตั้งรอทิ้ง อจ.เขาชี้ให้ดูแกลลอนนั้น พร้อมพูดพร้อมกันว่า เอาสารเคมีตั้งทิ้งไว้กับกองขยะแบบนี้ได้อย่างไร สารอะไร และสุดท้ายใครทิ้ง นักศึกษาที่เดินมาเรียนก็แวะมาดูว่าอจ.สองคนก้มๆเงยๆดูอะไรเพราะ กำลังอ่านว่าเขาเขียนไว้ที่หน้าแกลลอนว่าอะไร เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า 70% ethanol 90% ethanol ก็เลยบอกว่าไม่น่าเป็น ethanol เพราะสีออกแดงๆนะ อีกใบดูไม่ออกแต่เดาว่าสีเข้มสักหน่อย ซึ่งไม่ว่าสารอะไรก็อันตรายทั้งสิ้นเพราะคนเก็บขยะอ่านไม่ออก และอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์เทของเหลวที่ไม่รู้แน่ว่าเป็นอะไรทิ้ง(ที่ไหนก็ไม่รู้) แล้วเก็บแกลลอนพลาสติกมาใช้ หรือฯ
นักศึกษาสิ่งแวดล้อมพูดว่า เขาเอาสารมาทิ้งแบบนี้ได้อย่างไร ฟังแล้วชื่นใจหน่อยที่เด็กมีสำนึก จิตสาธารณะ ดีกว่าอาจารย์ หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติการที่เอามาตั้งทิ้งเช่นนี้ หรือใช้ให้นักศึกษามาทิ้ง ก็เลยให้ถ่ายรูปไว้เป็นตัวอย่างเอาไว้สอนเด็ก ให้ดูเยี่ยงแล้วอย่าเอาอย่าง และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของอาจารย์ที่ไม่สอน แนะนำหรือบอกเจ้าหน้าที่ จริงๆเรื่องนี้เป็นสำนึกที่ควรอยู่ในใจของผู้ปฎิบัติงานด้านนี้ กำลังยืนคุยๆ ถ่ายรูปกัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เดินเอาขยะมาทิ้งพอดี พร้อมอาการไม่สนใจ (อยู่แล้ว) เราไม่แปลกใจ แต่นศ.และอาจารย์ที่ยืนแปลกใจ ว่าทำไมเขาไม่สนใจ เรื่องนี้ เราก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ได้ให้คุณโทษกับเขา เขาไม่สนใจหรอก เพราะผอ.คนนี้เองที่ยืนสูบบุหรี่หน้าตึก จนเราเองสอนเด็ก เตือนเด็กไม่ได้เพราะครูทำเป็นตัวอย่างแล้ว และสูบในห้องทำงานที่เด็กต้องเดินผ่านหากจะใช้ห้องประชุมเล็ก จนกลิ่นบุหรี่เหม็นทั้งห้อง เป็นทั้งผอ.ศูนย์วิทย์ และตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้น่าจะทรงเกียรติ แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะแบบนี้แบบนี้ที่ไหนมีบ้าง ? แต่ลึกๆที่เราคิดคือถ้าคนมีสำนึกก็ไม่ไช่สมพรล่ะ หุ หุ คิดหลายครั้งแล้วสลดใจที่มักจะมีอาจารย์ไร้สำนึก (หรือขาดความคิด) แบบนี้มากจริงๆ และในมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแบบนี้มีตัวอย่างการทำแบบไร้จิตสาธารณะที่คาดไม่ถึงอีก แล้วเราจะหวังคนรุ่นหลังที่ผลิตออกไปได้อย่างไร น่าสงสารท้องถิ่นจัง
น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมในครัวเรือน ใน
http://meepole.blogspot.com/
เข้าใจผิดเรื่องตารางสอน นึกว่าสอนวันนี้ ปรากฏว่าไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่ 07.45 น สอน 08.30 จอดรถหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ เจออาจารย์สิ่งแวดล้อมเดินมาพอดี ชี้ให้ดูขยะกองโตที่ใส่ถุงดำหลายใบวางกองคงรอรถขยะมารับ พร้อมแกลลอนสารเคมี 2 ใบวางตั้งรอทิ้ง อจ.เขาชี้ให้ดูแกลลอนนั้น พร้อมพูดพร้อมกันว่า เอาสารเคมีตั้งทิ้งไว้กับกองขยะแบบนี้ได้อย่างไร สารอะไร และสุดท้ายใครทิ้ง นักศึกษาที่เดินมาเรียนก็แวะมาดูว่าอจ.สองคนก้มๆเงยๆดูอะไรเพราะ กำลังอ่านว่าเขาเขียนไว้ที่หน้าแกลลอนว่าอะไร เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า 70% ethanol 90% ethanol ก็เลยบอกว่าไม่น่าเป็น ethanol เพราะสีออกแดงๆนะ อีกใบดูไม่ออกแต่เดาว่าสีเข้มสักหน่อย ซึ่งไม่ว่าสารอะไรก็อันตรายทั้งสิ้นเพราะคนเก็บขยะอ่านไม่ออก และอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์เทของเหลวที่ไม่รู้แน่ว่าเป็นอะไรทิ้ง(ที่ไหนก็ไม่รู้) แล้วเก็บแกลลอนพลาสติกมาใช้ หรือฯ
นักศึกษาสิ่งแวดล้อมพูดว่า เขาเอาสารมาทิ้งแบบนี้ได้อย่างไร ฟังแล้วชื่นใจหน่อยที่เด็กมีสำนึก จิตสาธารณะ ดีกว่าอาจารย์ หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติการที่เอามาตั้งทิ้งเช่นนี้ หรือใช้ให้นักศึกษามาทิ้ง ก็เลยให้ถ่ายรูปไว้เป็นตัวอย่างเอาไว้สอนเด็ก ให้ดูเยี่ยงแล้วอย่าเอาอย่าง และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของอาจารย์ที่ไม่สอน แนะนำหรือบอกเจ้าหน้าที่ จริงๆเรื่องนี้เป็นสำนึกที่ควรอยู่ในใจของผู้ปฎิบัติงานด้านนี้ กำลังยืนคุยๆ ถ่ายรูปกัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เดินเอาขยะมาทิ้งพอดี พร้อมอาการไม่สนใจ (อยู่แล้ว) เราไม่แปลกใจ แต่นศ.และอาจารย์ที่ยืนแปลกใจ ว่าทำไมเขาไม่สนใจ เรื่องนี้ เราก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ได้ให้คุณโทษกับเขา เขาไม่สนใจหรอก เพราะผอ.คนนี้เองที่ยืนสูบบุหรี่หน้าตึก จนเราเองสอนเด็ก เตือนเด็กไม่ได้เพราะครูทำเป็นตัวอย่างแล้ว และสูบในห้องทำงานที่เด็กต้องเดินผ่านหากจะใช้ห้องประชุมเล็ก จนกลิ่นบุหรี่เหม็นทั้งห้อง เป็นทั้งผอ.ศูนย์วิทย์ และตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้น่าจะทรงเกียรติ แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะแบบนี้แบบนี้ที่ไหนมีบ้าง ? แต่ลึกๆที่เราคิดคือถ้าคนมีสำนึกก็ไม่ไช่สมพรล่ะ หุ หุ คิดหลายครั้งแล้วสลดใจที่มักจะมีอาจารย์ไร้สำนึก (หรือขาดความคิด) แบบนี้มากจริงๆ และในมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแบบนี้มีตัวอย่างการทำแบบไร้จิตสาธารณะที่คาดไม่ถึงอีก แล้วเราจะหวังคนรุ่นหลังที่ผลิตออกไปได้อย่างไร น่าสงสารท้องถิ่นจัง
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
1 Nov: เตรียมสอน
วันนี้บ่าย 3 ไปโอนเงินค่าพิมพ์หนังสือที่ระลึกกฐินพระราชทานไปกทม.ที่เทสโก แวะหาซื้อของโปรดไม่มีหมดเกลี้ยง ถั่วกาแฟเขาช่อง แถมถั่วสารพัดหมด เลยไม่ได้ซื้ออะไรนัก เพราะมันรู้สึกอิ่มที่เห็นของหมด เฮ้อ!
น้ำท่วมขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ...อยากบ่นอะไรตั้งมาก มากๆ แต่ต้องเก็บในใจ เขียนได้อย่างเดียวว่า เคราะห์กรรม
และกรรม ส่งผลจริงๆ แต่มากเกินคาดคิด และสงสารสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
วันนี้เตรียมสอนมลพิษสวล. ทั้ง course syllabus และ powerpoint มีcase study ให้ศึกษามากมาย
เตรียมสอนจนเหนื่อย ไม่เขียนอะไรแล้ววันนี้
น้ำท่วมขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ...อยากบ่นอะไรตั้งมาก มากๆ แต่ต้องเก็บในใจ เขียนได้อย่างเดียวว่า เคราะห์กรรม
และกรรม ส่งผลจริงๆ แต่มากเกินคาดคิด และสงสารสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
วันนี้เตรียมสอนมลพิษสวล. ทั้ง course syllabus และ powerpoint มีcase study ให้ศึกษามากมาย
เตรียมสอนจนเหนื่อย ไม่เขียนอะไรแล้ววันนี้
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554
31Oct:
เช้าไป scan นิ้วเปิดแบบจริงๆวันแรก วันนี้ช่วงเช้าเขาให้เป็น big cleaning day ไม่รู้มาก่อน บ่ายให้นักศึกษาพบอจ.ที่ปรึกษา แต่เราไม่เป็น เลยไม่มีอะไรว่าง ไปช่วยงานที่วัด พี่ติ่งนำที่ต้มน้ำเวลามีงานไปถวายพระอาจาย์เลยได้ฉลองศรัทธา ใช้ในงานตรวจข้อสอบของพระ วันนี้มีพระมาจาก 3 จังหวัดภาคใต้ มาตรวจข้อสอบนักธรรม ถวายเพล ไปซื้อขิงแก่ให้ท่านทิม ช่วยงานอื่นๆจนบ่ายสองเศษ กลับ เหนื่อยเพลียทั้งที่ไม่ได้วิ่งทำอะไร แค่นั่งอ่านงานวิจัยของพระรูปหนึ่งที่เอามาให้ดู แต่ตอนนั้นรู้สึกร้อนอ้าวมากๆแต่ทนนั่งอ่าน จนจบ สงสัยถูกอบแห้ง
วันนี้ไม่ได้ตามข่าวน้ำ กลับมาเลยรู้สึกว่าน่าจะดีขึ้น แต่ดูไปๆ น่าจะยังไม่ดีอยู่
วันนี้ไม่ได้ตามข่าวน้ำ กลับมาเลยรู้สึกว่าน่าจะดีขึ้น แต่ดูไปๆ น่าจะยังไม่ดีอยู่
ป้ายกำกับ:
meepole
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554
30 Oct: น้ำท่วม :อาหารไม่บูดเร็วทำอย่างไร ช่วยบอกต่อๆด้วยค่ะ
ติดตามดูข่าวน้ำท่วมต่อไป ได้ความรู้เกี่ยวกับแพจากวัสดุต่างๆ รูปแบบต่างๆ เลยคิดไว้ว่าจะให้นักศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เรียนวิชามลพิษสิ่งแวดล้อมในเทอมนี้ ประดิษฐ์ ไว้ใช้แจกตอนน้ำท่วมภาคใต้ เทอมนี้มี case study ให้นักศึกษาได้เรียนรู้หลายประเด็น อย่างน้อยประเด็นแรกที่ให้เด็กค้นคว้า คือทำไมน้ำท่วมมากขนาดนี้ ให้หาเหตุผลทุกกรณีที่เป็นปัจจัย และปัจจัยที่ทำให้น้ำเสีย การจัดการน้ำเสียที่เกิด
อีกเรื่องที่ดูข่าวช่อง3 ที่ร่วมกับนายตัน ที่คิดว่าตั้งใจดี มีจุดประสงค์ดี แต่ไม่น่าจะเกิดผลเท่าใดนัก คือการเอาอาหารกล่อง อาหารสดที่ปรุงเสร็จที่คนมาบริจาค ใส่ตู้แช่แข็งที่ -5 C เพื่อให้อาหารเสียช้า เพราะที่ผ่านมาอาหารมักจะเสีย บูดเมื่อถึงมือผู้บริโภค เป็นความตั้งใจดี แต่อยากให้เขาทดลองเอาอาหาร(ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ฯ) ที่แช่แข็งแล้วนั้นออกมาตั้งให้คลายเย็นว่า ใช้เวลาเท่าใดจึงคลายเย็นหมด และเมื่อคลายแล้วหากไม่มีไฟฟ้า หรือแก๊สหุงต้มสำหรับอุ่น อาหารเหล่านั้นทานได้หรือไม่ ให้สังเกตุเม็ดข้าวดูให้ดี เพราะเราเคยทดลองมาแล้ว เคยทำมาแล้วตอนเรียนที่ตปท. แล้วจะรู้ว่าไม่work อยากให้มีการบอกเสนอไปยังช่อง3 ก่อนที่จะทำมากกว่านี้ หากเป็นการส่งไปที่ๆมีไฟฟ้าใช้ก็ย่อมได้ จริงๆวิธีการถนอมอาหารให้ยาวเป็นวันก็มีวิธีเช่น หุงข้าวสวยใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย (ไม่ให้เปรี้ยว) ข้าวจะบูดช้า หุงข้าวให้ค่อนข้างแห้งไม่แฉะหรือเปียกมาก ตักข้าวใส่กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกตอนอาหารเย็นลงแล้ว (ปิดคลุมภาชนะระหว่างรอ) เพื่อลดไอน้ำในกล่องหรือถุงลง กับข้าวที่ปรุงให้พยายามใส่เครื่องเทศ เช่นกระเพรา โหระพา ขมิ้น แต่ต้องผัดให้สุก เน้นต้องให้สุก ผัดผักทุกอย่างต้องสุก อย่าแบบครึ่งสุกครึ่งดิบ หรือไม่ก็ไม่ใส่ผัก โดยเฉพาะเห็ดไม่ควรใส่ หากเป็นข้าวหมูแดงไม่ต้องหั่นหมูเป็นชิ้นๆ ให้หั่นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวเท่าที่จะให้ เพื่อลดการ contaminate ลง แตงไม่ต้องใส่ ช่วงนี้หากทำเนื้อสัตว์ผัดเค็มแห้งๆใส่พริกไทย เนื้อสัตว์ผักซี่อิ้วดีที่สุด (อย่าให้แฉะมาก) แยกใส่ถุงต่างหาก ช่วงนี้ผักสดไม่ต้องแนบไป ภาวะเช่นนี้ไม่ต้องครบเครื่องเอาแบบที่ได้ทานดีกว่า ใครเข้ามาอ่านแล้วมีช่องทางบอกต่อช่วยบอกต่อด้วยค่ะ เพราะ meepole ไม่ได้ใช้ facebook
เข้าดูที่
http://meepole.blogspot.com/2011/10/blog-post_30.html
My Silent corner (6): Around King’s college-Covent garden
(ต่อ) เพราะช่วงนี้เป็นเทศกาล Easter มหาวิทยาลัยยังปิดอยู่ ใช้โอกาสนี้กับสามีสำรวจรอบๆบริเวณ (แต่ช่วงนั้นตลอดเวลาไม่มีความสุขเลย แอบกลัวลึกๆ ตลอดว่าต้องใช้ชีวิตคนเดียวที่นี่ และ จะเรียนยากลำบากขนาดไหน เป็นความกดดันลึกๆ ที่ซ่อนอยู่) โชคดีที่มีสามี (เรียก link) ที่แสนจะไฝ่รู้ และชอบเรียนรู้เส้นทางมากๆ พาสำรวจ สอนการเปิดแผนที่ดู zone ต่างๆใน London อธิบายให้ฟังอะไรเป็นอะไร พาไปซื้อตั๋วเดินทาง แบบ travel card ที่ waterloo
จากนั้นวันถัดมาก็เป็นการเดินสำรวจรอบๆ King’s college เพื่อดูว่ามีอะไรบ้าง ไปไหนมาไหนอย่างไร link พาไป Covent garden ซึ่งแค่เดินข้าม Waterloo bridge (แม่น้ำเทมส์) ที่อยู่ข้างมหาวิทยาลัย ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ระหว่างเส้นทางได้เรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นเพราะความกังวล ความกลัวที่ซ่อนลึกทำให้ไม่มีความสุขเลย นึกหลายครั้งนี่ถ้าเป็นคนอื่นที่ได้มาลอนดอนเช่นนี้คงสุข สดชื่นเหมือนยืนบนเนินเขา แต่เราไม่ไช่ ความสุขที่จะได้เรียนนั่นแน่นอนว่าชอบที่จะได้เรียนอะไรใหม่ๆ แต่การอยู่โดดเดี่ยวในตปท.เป็นเรื่อง น่ากลัวของเราจริงๆ 

เมื่อเดินไกล้ทางเข้า covent garden จะเห็นภาพเหล่านี้เป็นระยะๆ ที่จะมีคนแต่งตัวแปลกๆ มายืนในอิริยาบทต่างๆ ตอนเห็นครั้งแรกก็งงๆ ว่าอะไร? เราไปขอถ่ายรูปได้ หากเราให้เงินวางในหมวกหรือภาชนะที่วางไว้เขาก็จะเปลี่ยนท่าเคลื่อนเหมือนตุ๊กตาไขลาน
The stunning facade of St Paul's, Covent Garden, designed by Inigo Jones as part of a commission by Francis Russell, 4th Earl of Bedford in 1631
เดินเข้าไปจะมี ตลาดที่เห็นคือ apple market ให้ shopping มีของมากมายที่ให้เลือก แต่ราคาไม่ต้องพูดถึงมีตั้งแต่ค่อนข้างแพง ถึงแพงมาก มีทั้งส่วนที่เป็นร้านที่อยู่ด้านข้างตลอดแนวและร้านค้าที่ขายพวกเทคโนโลยีพวก gadget shop ร้านคอมพิวเตอร์ Apple ที่สวยหรูก็ที่นี่ (รูปคราวหน้า)
เดินเข้าไปจะมี ตลาดที่เห็นคือ apple market ให้ shopping มีของมากมายที่ให้เลือก แต่ราคาไม่ต้องพูดถึงมีตั้งแต่ค่อนข้างแพง ถึงแพงมาก มีทั้งส่วนที่เป็นร้านที่อยู่ด้านข้างตลอดแนวและร้านค้าที่ขายพวกเทคโนโลยีพวก gadget shop ร้านคอมพิวเตอร์ Apple ที่สวยหรูก็ที่นี่ (รูปคราวหน้า)
Covent Garden is a London Underground station in Covent Garden. It is on the Piccadilly Line between Leicester Square and Holborn. The station is a Grade II listed building,[2] on the corner of Long Acre and James Street. It is in Travelcard Zone 1.เป็นสถานีที่แปลกและน่ากลัว สำหรับเราใช้บริการสถานีนี้ไม่กี่ครั้งเพราะไม่ชอบบรรยากาศทึมๆในอุโมงค์ลึกที่ต้องลงไป ใช้ลิพฟ์ขึ้นลงสถานีเพราะอยู่ลึกลงไปเนื่องจากแถวนี้อยู่ไกล้แม่น้ำ
ครั้งเดียวย่อมไม่จบสำหรับ ที่นี่ ตอนหน้าเขียนต่ออีก
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554
29 Oct: ธรรมชาติสั่งสอน
ทหารไทย รั้วของชาติ คนของแผ่นดิน
เมื่อเข้ากรุงจึงกระจาย แบ่งสายออกไปทั่ว ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ ตอนนี้คนหลายฝ่ายต่างก็ออกมาทำหน้าที่ปกป้องในทุกรูปแบบ ตามแต่บทบาท หน้าที่ที่รับผิดชอบ และอีกหลายฝ่ายก็ได้โอกาสที่ดีที่จะใช้โอกาสวิกฤตนี้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่งดงามในการช่วยเหลือกัน ตามแต่โอกาสและก็ได้แต่หวังว่าเมื่อเขาท่องเที่ยวกวาดล้างจนพอแล้ว เขาจะกลับไปยังที่ๆเขามาอีกครั้ง พร้อมกับเหลือร่องรอย และบทเรียนอีกมากมายทิ้งไว้ให้ศึกษา ทิ้งปัญหาให้ต้องแก้ไข ปรับปรุง จัดการ ไม่รู้เหมือนกันว่าคนจะได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนครั้งนี้บ้าง
หากเราไม่โทษน้ำ ไม่โกรธน้ำ เราจะเห็นจุดบกพร่อง และความผิดที่เราไปเบียดเบียนเขามานานแสนนาน เขาได้พยายามส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่ใส่ใจ คิดว่าคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมองและจัดการทุกอย่างได้ ไม่ยำเกรงธรรมชาติคิดประมาทว่าเขาทำอะไรเราไม่ได้
ดังนั้นบทเรียนชีวิตครั้งนี้ หวังว่าคงไม่คำนึงเพียงแค่การคำนวณออกมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียเพียงอย่างเดียว เพราะหากเรายังมองสิ่งที่เกิดขึ้นในแง่ของมูลค่าตัวเงิน ก็หมายความว่าเรายังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
________________________________________________________
วันนี้ทำอาหารไปถวายเพลพระอาจารย์ เอากาแฟ คุ๊กกี้กระป๋อง ไปถวายท่านสมบูรณ์ ไว้เลี้ยงพระที่จะมาตรวจข้อสอบกัน 100 กว่ารูปขากลับแวะซื้อขนมสองสามแห่ง
เมื่อวานตรวจต้นฉบับ final draft ส่งโรงพิมพ์เสร็จก็ว่างสบายไปอีกงาน จากนี้คงต้องเตรียมสอนต่อสัปดาห์หน้าเปิดเรียนแบบเรียนจริงแล้ว
ป้ายกำกับ:
ธรรมชาติ,
น้ำท่วม,
อุทกภัย 2554,
meepole
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554
น้ำท่วม : ด่างทับทิมใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
วันนี้นั่งเขียนเรื่อง น้ำท่วม : ด่างทับทิมใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ตามอ่านได้ที่นี่ http://meepole.blogspot.com/2011/10/blog-post_28.html
ครึ่งวันเศษ อ่านหลาย paper บางเรื่องน่ากลัวจัง มุดไปมุดมาเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดที่เป็นดาบสองคม ของด่างทับทิม เหมือนที่เขาว่า มีคุณอนันต์ มีโทษมหันต์ คงเอาบางส่นที่เขียนได้มาเล่า บางเรื่องอยู่ในคดีศาลของตปท.ที่ไม่อนุญาตให้ reposted ขนาดเขียนห้ามไว้ดังนี้ IMPORTANT NOTE: THIS MATERIAL IS COPYRIGHTED BY THE AUTHOR AND MAY NOT BE REPOSTED, REPRINTED OR OTHERWISE USED IN ANY MANNER WITHOUT THE WRITTEN PERMISSION OF THE AUTHOR
ป้ายกำกับ:
ด่างทับทิม,
น้ำดื่มปลอดภัย,
น้ำท่วม
วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
น้ำท่วม: ด่างทับทิม อย่าเข้าใจผิด อันตราย
เมื่อเช้านี้ได้ดูข่าวของ TV ช่อง PBS ที่มีการเชิญหลายๆคนที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆออกมาให้ความรู้ เป็นรายการที่ดี ที่ meepole ได้โอกาสเรียนรู้หลายๆเรื่อง ดังนั้นไม่ว่าโทรทัศน์ช่องใด ใครเชิญใครมาให้ความรู้ก็จะดูและฟังเรียนร่วมรู้ไปด้วย และเชื่อว่ามีคนส่วนมากก็ติดตามเรียนรู้เช่นกัน ดังนั้นการเสนอหรือแนะอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือที่ทำให้ เข้าใจผิด เป็นดาบสองคมที่อันตรายมากในตอนนี้ ที่คนกำลังตื่นกลัว กังวล บอกอะไรเขาก็ทำตามหมด
แต่เช้านี้มีการเชิญอาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาพูดเรื่องน้ำดื่ม หลายอย่างที่พูดแปลกๆ แม้จะไม่ถูกต้องบ้างก็ไม่ serious ฟังไปเรื่อยๆแล้วก็บอกคนที่บ้านเราเองว่าตรงนี้ไม่ไช่ ตรงนี้ไม่ถูก ที่ถูกเป็นอย่างไร กลัวเข้าใจผิด พอดีมีแม่บ้านโทรเข้าในรายการ ถามเรื่องด่างทับทิม ที่เขามีอยู่ว่าจะใช้ฆ่าเชื้อได้ไหม ใช้อย่างไร ใช้แค่ไหนจึงพอ เพราะเธอไม่มีคลอรีน อาจารย์ท่านนี้อธิบายว่าใส่ 2 หยด เธอก็บอกว่าด่างทับทิมเธอเป็นผง (จริงๆเป็นผลึก) ดร.ท่านนี้บอกว่าให้เอาไปละลายน้ำก่อนใช้ แล้วเก็บไว้ เวลาใช้ก็บีบใส่ 2 หยด (ตรงนี้ไม่ถูกนักค่ะ) และมาถึงตรงนี้พิธีกรถามว่าแล้วใช้น้ำยาอุทัยที่เป็นสีชมพูแบบนั้นจะเหมือนกันไหม ได้ไหม ตอนนี้ดร.ท่านนี้บอกว่าเหมือนกัน หรือว่าไช่ ?? และจากนั้นพิธีกรถามในลักษณะที่มีคำตอบที่ทำให้เข้าใจว่าน้ำยาอุทัยกับเจ้าด่างทับทิมที่ละลายน้ำแล้วเป็นสีชมพูนั้นมีผลฆ่าเชื้อได้ และอาจเข้าใจผิดคิดต่อได้ว่ามันคือส่วนผสมที่คล้ายกัน (หากใครสามารถ replay เทปนี้ให้ลองเปิดดูและฟังใหม่) ตรงนี้ ทำให้ เรารู้สึก serious เพราะความเข้าใจผิดตรงนี้ มีผลต่อสุขภาพและถึงแก่ชีวิตได้
จึงต้องเขียนหัวข้อนี้ “น้ำท่วม :อันตราย อย่าเข้าใจผิด อุทัยทิพย์ ไม่ไช่ด่างทับทิม” ขึ้นมาเพื่อใครที่ได้ฟัง และเข้าใจผิดจะได้เข้าใจใหม่และอยากให้บอกต่อๆให้เข้าใจด้วย ว่าด่างทับทิม ไม่ใช่น้ำยาอุทัยทิพย์ และน้ำยาอุทัยทิพย์ไม่มีส่วนผสมของด่างทับทิม แม้ว่าจะมีสีชมพูอมม่วงเมื่อใส่ในน้ำ และวัตถุประสงค์การใส่ และคุณสมบัติของ2 สิ่งนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
อ่านรายละเอียดที่ http://meepole.blogspot.com/
ป้ายกำกับ:
ด่างทับทิม,
น้ำท่วม,
meepole
วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554
25 Oct:
วันนี้ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต เตรียมต้นฉบับหนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทานของวัด ส่งโรงพิมพ์ที่กทม. ทะยอยส่งจนตอนนี้ 5 ทุ่มเศษยังไม่เสร็จ
ตามข่าวน้ำท่วมเป็นระยะๆ สมาธิอยู่ที่งาน แต่ก็พอรู้ว่าวันนี้กรุงเทพวุ่นวยมากว่ทุกวันเพราะประกาศเตือนด่วนให้อพยพ ดอนเมืองท่วม สนามบิน นกแอร์หยุดบิน สั่งหยุดงาน เลื่อนเปิดเทอม วุ่นวายไปหมด
ตามข่าวน้ำท่วมเป็นระยะๆ สมาธิอยู่ที่งาน แต่ก็พอรู้ว่าวันนี้กรุงเทพวุ่นวยมากว่ทุกวันเพราะประกาศเตือนด่วนให้อพยพ ดอนเมืองท่วม สนามบิน นกแอร์หยุดบิน สั่งหยุดงาน เลื่อนเปิดเทอม วุ่นวายไปหมด
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554
24 Oct: น้ำท่วม: น้ำเสีย-EM
ติดตามข่าวน้ำท่วมต่อ วันนี้เริ่มมีข่าวน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นบางแห่งแล้ว นี่เป็นแค่เริ่มต้น อีกประมาณเดือนเศษ จะมัปัญหาในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนไม่พ้นที่จะเริ่มมีคนเสนอให้ใช้ EM อีก วันนี้เลยเห็นบางหน่วยงานแจก EM เหลวไปฉีดแบบรดน้ำต้นไม้ ลงในพื้นที่ที่น้ำเริ่มเสีย บางคน บางแห่งเริ่มรณรงค์ให้ช่วยกันทำ EM ball เพื่อเอาไปทิ้งในที่ๆน้ำเสีย ได้ยิน ได้เห็น และได้อ่านแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายหรือบอกได้ยังไง เพราะสังคมตอนนี้ถ้าไม่ไช่ศิษย์ก็สอนยาก แนะไม่ได้ข้อโต้แย้งตามมาวุ่นวาย แต่กังวลว่าหากมีการใช้ไม่ถูกวิธี ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เปลืองงบมหาศาลแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพอีกด้วย หวังว่ากระทรวงวิทย์สวล คงมาดูแลนะ และบางครั้ง EM ไม่ไช่คำตอบของทุกอย่าง เรายังเคยคิดและบอกกับน้องๆที่จบจุลฯมาว่าศึกษาให้ดี อ่าน paper ให้มาก เพราะมีข้อโต้แย้ง ข้อสรุปที่แตกต่างกัน มีเงื่อนไขการใช้ ฯ ทำความเข้าใจให้ดี และวิเคราะห์ให้ลึกเชิงเศรษฐกิจด้วย ก่อนจะแนะหรือสอนใครให้รู้จัก EM อย่าเอาแต่ตะบันใช้ รู้จักพื้นฐานเชื้อให้ดีก่อน น้ำท่วม น้ำคำ น้ำใจ
เช้านี้ดูข่าวช่อง 3 มีนักข่าวถามผู้ที่จะอพยพออกจากศูนย์ช่วยเหลือของธรรมศาสตร์ที่เคยช่วยพวกเขาไว้เมื่อหลายวันมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ธรรมศาสตร์ถูกน้ำท่วม ถูกตัดไฟ เดือดร้อนเหมือนที่อื่นๆแล้ว สิ่งที่เขาได้มีน้ำใจช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ การอำนวยความสะดวกต่างๆลดลง การอพยพที่มากขึ้นทำให้แออัดไม่สบายเหมือนก่อน แลความสบายกำลังหมดไปเพราะถูกตัดไฟเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน ทุกคนที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือที่ไปๆมาๆก็เหนื่อยล้า และเดินทางมาลำบากแล้ว
ในศูนย์ช่วยเหลือมีผู้อพยพมาพึ่ง 4000 กว่าคน นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งที่คนอพยพกลุ่มนี้ตอบนักข่าว " อยู่ไม่ได้แล้วตอนนี้ต้องอพยพขึ้นชั้นบน ไปรวมกันกับที่มีอยู่เดิม เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก เด็กจะแก้ผ้านอนอยู่แล้ว เขาร้อน ชัก พัดจนเหนื่อยทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก อาหารเพิ่งได้กินมื้อเดียว ร้อนมาก ญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้ทรมาณ เขาจะช่วยย้ายไปรักษาที่โคราช ก็ไม่ไปเพราะเขาให้ไปคนเดียว ตอนนี้ลำบากมาก ต้องเดินออกมา ทหารไม่มาส่ง ....." น่าสงสารน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ความเหน็ดเหนื่อย ความกังวลในเรื่องของตัวเอง การที่ตัวเองและญาติเดือดร้อน การที่ตัวเองและญาติไม่ได้รับความสะดวก การที่ญาติและตัวเองยังไม่ได้รับการบริการที่เร่งด่วน ...เราก็ดูด้วยความอึดอัด โชคดีมากที่ผู้สื่อข่าวที่กำลังสัมภาษณ์มีความคิด ไม่ไช่หุ่นยนต์หาข่าว จึงได้ตอบเขาไปทันทีที่เขาพูดว่าว่า "เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก" ว่า ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเขาถูกตัด เป็นการเตือนสติเขาได้บ้าง ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปิดแอร์ เขาบริการเปิดให้มาโดยตลอด แต่ตอนนี้จำเป็นน้ำท่วมไม่ปิดไฟ ถูกช็อตตายไปก็ถูกตำหนิอีก โดนทั้งขึ้นล่อง
....ตัดมาที่ห้องข่าว คุณสรยุทธ์ก็ช่วยแก้ให้ทหารทันทีเช่นกันว่า ผมขออธิบายที่พูดว่า "ทหารไม่มาส่ง" ว่า "ผมอยู่และเห็นการทำงานของทหารที่นั่น เขาเหนื่อยกันมากในการพยายามทำงานเพื่อช่วยส่วนรวม ทำสะพานหลายจุดเพื่อให้พวกเขาได้เดินข้ามออกมา ทหารมาทำงานตั้งแต่ตี 5 และเร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อทำในสิ่งที่รองรับส่วนรวมที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน" เราฟังแล้วโดนใจ เป็นสิ่งที่เราอยากบอกหลายๆคนที่เดือดร้อนเช่นกันว่าตอนนี้ทุกคนต้องพยายามมองอะไรให้ออกไปไกลตัวหน่อย เพราะทุกคนพยายามในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือกัน แต่ตัวเองต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนเท่าที่ทำได้และไม่ต้องกล่าวโทษใคร เพราะการคาดหวังจะรับอย่างเดียวตลอดเวลาจากเหตุการณ์ที่ส่วนรวมมากมายเดือดร้อนให้ทันใจถูกใจทุกคนย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องเข้าใจกัน (กรณีนี้ไม่ขอใช้คำว่า "ให้อภัยกัน" เพราะอาสาสมัคร ทหาร หรือคนที่มาช่วยเหลือ ที่ไม่ได้ช่วยเหลือคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ผิด เพราะเขาก็มีภาระเร่งด่วนที่จะต้องช่วยเรื่องด่วน เรื่องใหญ่ ฉุกเฉินกว่า) หากพอดูแลตัวเองได้ต้องทำ และไม่ควรกล่าวโทษใคร ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือบั่นทอนกัน คิดดี คิดให้ถูกก็ลดทุกข์ คนอื่นอีกมากมายที่เดือดร้อนกว่ายังมี
หลังจากนั้นรองอธิการ มธ.คนหนึ่งก็ออกมาพูดตอนหนึ่งถูกใจมากว่า " เราที่นี่เป็นศูนย์ช่วยเหลือ ไม่ไช่ที่กักกัน ดังนั้นตอนนี้ไม่สะดวกแล้ว ใครจะย้ายออกไปก็สามารถไปได้... และตอนนี้อาสาสมัดรของเราก็มีน้อยลงเพราะเหนื่อยล้าแม่ครัวกลับกันหลายคน ทำกันมาหลายวัน และเดินทางมาลำบากแล้ว ....."
อยากให้ผู้ติดตามข่าว รู้จักแยกแยะระหว่างคำพูดของคนที่ต้องการจะรอรับความช่วยเหลือและไม่ได้ดั่งใจ กับผู้ที่พยายามที่จะเร่งและทำงานช่วยเหลือที่ไม่ได้ช่วยเพียงจุดเดียว เรื่องเดียว ที่ทำไม่ได้ดั่งใจคนรอรับความช่วยเหลือ
และสิ่งที่เราอึดอัดใจก็มีคนมาช่วยให้ความยุติธรรมกับพวกเขา รั้วของชาติ ด้วยข่าวและภาพนี้
"คำขอบคุณและแรงใจ มอบให้ทหารช่วยน้ำท่วม"
หากดูแล้วเข้าใจพวกเขา ขอบคุณพวกเขา(ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ) ที่ทำดีที่สุดแล้วก็อยากให้ช่วยบอกต่อๆกัน การได้สรรเสริญและเผยแพร่ความดี ของคนทำดี น้ำท่วมบ้าน อย่าให้น้ำท่วมใจ อย่าให้น้ำท่วมปาก ช่วยกันยกย่องคนทำดี อย่าให้มีการบั่นทอนกันด้วยน้ำคำในภาวะวิกฤติเลย ก็เกิดกุศลค่ะ
ป้ายกำกับ:
ทหาร,
ธรรมศาสตร์,
น้ำท่วม,
meepole
วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554
23 Oct: ถวายสังฆทาน/ ไปพรหมคีรี
วันนี้เช้าถวายสังฆทานอุทิศให้พระเทพสิทธินายก (ลพ.ข้อง เกสโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัด ผู้เป็นอาจารย์ของเรา ท่านสอนเราตั้งแต่เด็ก ตอนเรียน รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์ พระอาจารย์ท่านเก่งมากเป็นนักกวีที่หาตัวจับยาก ภาษาอังกฤษ บาลี เก่งมาก เราโชคดีที่ในชีวิตนี้ได้เป็นลูกศิษย์ท่าน พระผู้สมถะมาก และท่านดับได้โดยไม่เจ็บป่วยอะไรให้ใครลำบากเลย มีสติจนวันสุดท้าย ด้วยวัย 96 ปี 80 พรรษา (พระ 77 พรรษา สามเณร 3 ปี) และถวายสังฆทานให้คุณแม่ทองเสียน ด้วย (จริงๆต้องทำ 28 กย.) เสร็จเดินทางต่อไปที่พรหมคีรี ร่วมงานกฐิน พระอาจารย์ไปแสดงธรรม เสร็จบ่ายเศษ
เดินทางเข้าป่าอีกแวะเยี่ยมท่าน ๆเตือนเรื่องน้ำอีกแล้วคราวนี้ภาคใต้ แต่ให้ดูจังหวัดหนึ่งเป็น marker หากจังหวัดนี้เริ่มท่วมมากเมื่อใหร่ ให้เตรียมตัวทันที ครั้งที่แล้วเมื่อเดือนเศษที่ผ่านมา เรื่องน้ำท่วมกรุงเทพ ก็บอกบ้านญาติและพี่หนุ่ยเท่านั้น ตอนกลับใช้เส้นทางใหม่ที่ยังไม่เรียบร้อยเลาะแนวเขา ทางขรุขระ และแคบมาก เจอซ่อมทางเป็นช่วงๆ ผ่านไกล้ๆบ้านกงตอที่เคยเอาของไปช่วยตอนน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่แล้ว เส้นทางที่ดินถล่มลงมายังซ่อมไม่เสร็จ ตั้งนานแล้ว
กลับมาแวะ Big C อีกเพราะต้องไปรับของ เดินเวียนดูของว่ามาเติมเต็มหรือยัง ก็ยังไม่เห็นของมาเติมเลย กลับบ้านติดตามเรื่องน้ำต่ออีก
ป้ายกำกับ:
พระเทพสิทธินายก,
meepole
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















