แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

2 Nov: จ่ายครบ จบแน่


วันนี้ไปมหาวิทยาลัย ช่วยกันร่างหลักสูตรต่อ คณะคืนเล่มที่ทำไม่เรียบร้อยกลับมา หลังจากโทรมาทวง 3 รอบ อันนี้ตั้งใจทำให้ไม่เรียบร้อยมีรอยขีดเขียนแก้เพราะเมื่อวานบอกเขาว่ากำลังแก้อยู่ก็จะเร่งเอาไปให้ฝ่ายทะเบียนก่อน เราเลยให้เขียนใส่ background ไปว่า draft และให้ลงที่หน้าปกว่ามีอะไรผิดบ้างที่ต้องแก้เพราะรู้มาว่ามีโปรแกรมหนี่งยังไม่เรียบร้อยเช่นกัน แต่คณะขอดูก่อน พอส่งให้จนท.ผู้หวังดีก็ถ่ายเอกสารส่งให้ทะเบียน เท่านั้นเองก็ถูกส่งกลับพร้อมคำหวังดีที่ไม่ต้องการ เราเลยป้องกันก่อนไม่ยอมเป็นเหยื่อ และก็ได้ผล คณะไม่กล้าส่งต่อ ให้ทำให้เสร็จภายในพุธนี้

วันนี้ก็ทำทั้งวัน เย็นนี้รับงานแบ่งกันทำต่อเรื่องเขียนคำอธิบายรายวิชา เรารับมา  24 วิ
ชา เพาะค่อนข้างถนัดหมด เคมี ชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ เลยเอามาเขียนหมด

รับรู้ข่าวที่ผู้บริหารหลักสูตรพิเศษที่จัดให้พวกกรมการปกครองเรียนให้จบป.ตรี เรียนวันเสาร์อาทิตย์ 3 ปีจบ ก็รู้มาว่าเรียนบ้างไม่เรียนบ้างเป็นแบบคำขวัญอธิการบดีว่า จ่ายครบจบแน่ พวกนี้หลายคนก็ไม่เรียนอ้ างสารพัด  ในที่สุดสอบไม่ได้ ก็ตกเป็นธรรมดา แต่อจ.ส่วนมากต้องให้ผ่านเลวๆก็ได้ D ก็ยังดี ในที่สุดมีคนหนึ่งได้ E อ้างว่าไม่ได้เข้าเรียนเพราะไปสมัครรับเลือกตั้ง "สอบท"?? ตำแหน่งในท้องถิ่น ต้องหาเสียง รู้สึกว่าเธอสอบนักการเมืองท้องถิ่นไม่ผ่านเช่นกันโชคดีของคนระนอง..แต่งานเรียนนี่แก้ตัวได้ง่ายแต่เธอคงอยากได้วิธี...มั้ง นายสุนทรผู้บริหารหลักสูตรก็โทรมาบอกอจ.ผู้สอนให้แก้เกรดเป็น D แต่จริงๆมันทำไม่ได้เพราะเกรดประกาศออกไปแล้ว โชคดีที่อจ.ผู้สอนคนนี้ลาออกไปแล้วเลยตอบสั้นๆว่า "ไม่แก้" ถูกใจเรายิ่งนัก ทำได้ไง (เขาเคยบังคับก้าวก่ายแบบนี้สำเร็จมาหลายรายแล้ว) และไม้ให้ตัดเกรดตกให้พวกเรียนกลุ่มนี้ เฮ้อ!! คงจบป.ตรีกันแบบคุณภาพชั้นหนึ่ง หุหุ มิน่าลงทะเบียน(เรียน)กันจัง กรณีนี้เพราะนศ.มั่นใจว่าแย่ยังไงก็ไม่ตก เลยไม่ตรวจเกรด คงเพิ่งมาดูเอาตอนต้องลงทะเบียนเรียนเทอมใหม่นี้ น่าเศร้า!!การศึกษาไทย ไร้สำนึกจริงๆทั้งครู ผู้บริหารและผู้เรียน ที่ร้ายและไร้สำนึกความรับผิดชอบก็เจ้าพวกกรรมการประเมินคุณภาพ ไม่รู้ตั้งไว้กินเงินแผ่นดินเปลืองภาษีแผ่นดินไปทำไม เพราะตรวจทุกทีดูแต่ตัวอักษรในห้องแอร์ก็ผ่านทุกที..ไร้ค่าจริงๆ

มีอจ.สอนภาษาอังกฤษคนหนึ่งเป็นคนตรง ตัดตกเกือบหมด ถูกสั่งให้แก้เกรดก็ไม่แก้เช่นกันเลยถูกสั่งห้ามไม่ให้สอนพวกกลุ่มพิเศษนี้อีกต่อไป  คนดีๆทำถูกต้องก็หมดโอกาสทำความดี ก็เพราะพวกผู้บริหารที่เห็นแก่เงินและผลประโยชน์แอบแฝง พวกครูผู้สอนก็หว้งแค่ให้ได้โอกาสสอนต่อ ไม่คำนึงถึงหน้าที่ สำนึกครูกันเลยจริงๆ

จากข่าว...วันนี้ (26 ก.ย.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร กรณีการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ว่า กมธ.การศึกษา ได้เชิญทั้งฝ่ายผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งมอส. ซึ่งถือเป็นผู้ร้อง และคณะกรรมการควบคุมมอส. เข้าให้รายละเอียดต่าง ๆ เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยทางคณะกรรมการควบคุมฯ ได้ให้เหตุผลถึงการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้ง ว่า เป็นเรื่องของการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ ยกตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนนักศึกษาระดับปริญญาโท จำนวนมากถึงกว่า 4,000 คน ซึ่งหากจะจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพจำเป็น จะต้องมีอาจารย์ระดับปริญญาเอกประมาณ 250 คน

ของมหาวิทยาลัยที่เราสอนอยู่นี่ก็เป็นแบบนี้ล่ะหลายคน make money จน ไม่รู้ว่าคำว่า "สำนึกครู "สะกดอย่างไร
 แล้วจะพูดว่า "สร้างปัญญา ศรัทธาความดี "ออกมาเต็มแผ่นโฆษณาสร้างภาพไปทั่ว แต่โชคดี ที่มีคนท้องถิ่นเชื่อมากเสียด้วย เพราะจ่ายครบ จบจริงๆ จ่ายขาดไป 50 สตางค์ ไม่ให้ลงทะเบียนเรียน  (เพิ่งได้ csae นี้มา อจ.ต้องไปช่วยนศ.อุทธรณ์ เพราะเป็นความผิดของธนาคารที่ไปตัดเศษสตางค์ของเด็กออก)

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

25 Sep: น่ารังเกียจจริงๆ


วันนี้ออกข้อสอบอย่างเดียวปั่นเสร็จตะกี้ แล้วเขียนเรื่องศรีวันเตรียมส่งให้คุณสกลพรุ่งนี้ เพราะรอรูปถ่ายอีก

pa อยู่ยะลา มาจากนราธิวาสเมื่อเช้า พนุ่งนี้เย็นจึงกลับ

วันนี้เขียน มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น กับอาจารย์ (เด็กเส้น) เพราะเบื่อมากกับผู้บริหารที่บริหารแต่ผลประโยชน์ตน วันนี้ฟังกิเลสแย่งตำแหน่งกันขาขวิด เพราะนายอธิการบดีจะหมดวาระ (ชั่วคราว) แต่ละคนเลยรอเลื่อนไหลตัวตายตัวแทน แต่ผลประโยชน์ต้องไม่เลื่อนไหล อนาถใจจริง ไม่น่าเชื่อนี่คือสถาบันการศึกษาระดับสูงของประเทศ เศร้าและอนาถใจจริงๆ หากใครไม่มาสัมผัสเองไม่มีวันเชื่อว่าถึงระดับน่ารังเกียจจริงๆ เหมือนไม่ไช่ครู คิดว่าไม่ไช่กันไปเยอะแล้ว

มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น กับอาจารย์ (เด็กเส้น)



ช่วงนี้ทั้งทางโปรแกรมวิทย์สิ่งแวดล้อม และตัวเราเองเบื่อ ผะอืดผะอม ไม่ยอมกลืนสิ่งที่คณะวิทยาศาสตร์ฯ พยายามยัดเยียดส่งอาจารย์เด็กเส้นมาให้ เพี่ยงเพื่อให้รับคนของรองอธิการบดีฯที่รับเด็กฝากเข้ามาเป็นอาจารย์ สิบวันที่แล้วก็พยายามมีดอกเตอร์หัวหน้าโปรแกรมวิชาชีววิทยาไปรับลูกของเพื่อนจะเอามาฝากเข้าเป็นอาจารย์สิ่งแวดล้อม โดยบอกผู้บริหารและหัวหน้าโปรแกรมสวล.ว่าจบปริญญาโทจาก Taxas อเมริกา ตรวจสอบเอกสารปรากฎว่าจบโทที่มหาวิทยาลัยแห่ง หนึ่งในประเทศไทยและที่ไปเรียนที่ Tarrany couty college,TX นั้นไม่ได้จบปริญญาโทตามที่กล่าวอ้างเพราะใบแจ้งที่จบเขียนว่า official ungraduated courses...... วันนี้เอาอีกแล้วพยายามจะให้โปรแกรมรับอาจารย์ฝากอีก จริงๆแล้วคนที่จะเข้าเป็นอจ.นี้อาจไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังเป็นปัญหาหรือสร้างปัญหา แต่ที่แน่ๆเลยว่าภาพที่ถูกมองคือกำลังใช้เส้นสายเข้ามาเป็นอาจารย์ทั้งๆที่ยังไม่มีการประกาศรับสมัคร และจริงๆคุณสมบัติไม่ได้ตรงกับที่โปรแกรมต้องการเลย แม้ว่าวิชาเรียนบางวิชาเช่น จริยธรรม การจัดการขยะ เป็นวิชาที่สอนได้ แต่วิชาพื้นฐานเช่นนี้อจ.ที่มีสอนกันได้ทุกคน แต่วิชาที่ไม่มีคนสอนเขาก็ไม่ได้เรียนเช่นกันเพราะจบมาไม่ตรงสาขาที่ต้องการ

ที่เหนืออื่นใดการรับอาจารย์เด็กเส้นของมหาวิทยาลัยที่โฆษณาภาพตัวเองว่า“สร้างปัญญา ศรัทธาความดี" ที่นี่มีทุกคณะแทบทุกโปรแกรม ปัญหาที่พบเห็นมีมากมายจากกลุ่มอาจารย์เหล่านี้ บางคนสำนึกดีก็ทำหน้าที่อจ.สอนได้ดี บางคนสำนึกดีว่าเป็นคนของใคร ใครพาเข้ามาตอบแทนบุญคุณ ติดหนี้บุญคุณเลยไม่แยกแยะ ไม่ได้ทำหน้าที่ครูที่ดี ครูเพื่อเด็กไม่มี มีแต่เป็นคนของใครเดินคับโปรแกรมไปหมด จะทำอะไรก็ได้ ไม่ทำก็ให้จนท.ทำก็ได้ คนที่ไม่มีเส้นเวลาจะประเมินความชอบตามกติกาสังคมก็หดหู่ไปหมด ไม่น่าเกิดเลยในสังคมครู ที่เป็นทั้งผู้สอนและผู้ต้องปฎิบัติเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแต่กลับทำในสิ่งผิดครรลองเสียเอง ให้คนสอนแทนจ่ายเงินให้ก็ทำมาแล้ว ไม่มีใครกล้าพูดเพราะคนของใครกันทั้งนั้น ...โปรแกรมเราเลยไม่ต้องการพวกเด็กเส้นมาเป็นอาจารย์ เพราะอยากได้ "ครูของเด็ก" หากเก่งจริงก็อยากให้ช่วยกรุณาสอบเข้ามาตามระบบ ในสังคมนี้มีคนมากมายที่เขาไม่มีเส้นสายแต่มีความเก่ง ไม่มีใครช่วยฝากแต่เขาก็ควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียม ก็เข้ามาสอบตามระบบกัน เราต้องการ "คนมาเป็นครู" ไม่ไช่ "...ที่ถูกจูงเข้ามาเป็นครู" แล้วจะสอนใครหรือเป็นครูใครได้

อยากจะบอกผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ประกาศว่าเป็น " มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น" มหาลัยที่โฆษณาไปทั่วว่า ดำเนินการภายใต้สโลแกน “สร้างปัญญา ศรัทธาความดี"  แห่งนี้ว่า "เลิกเสียทีเถอะ! กับระบบฝากคนมาเป็นอาจารย์" ยัดเยียด เข้าโปรแกรมโดยโปรแกรมยังไม่ต้องการเพราะไม่ตรงสาขา ไม่ตรงคุณสมบัติที่ต้องการ หรือหากจะฝากที่ตรงสาขาก็ขอให้เขาสมัครสอบเข้ามาตามระบบเลย อย่าบีบบังคับหัวหน้าโปรแกรมให้ลำบากใจเลย เพราะขอไป 2 อัตรา (อจ.ลาออก 2 คน) แต่คณบดีระบุมาว่าให้เพียง 1 อัตรา แถมจะเป็นเด็กฝากของรองอธิการบดี และคณบดี แล้วจะเหลือใครที่จะสอนเด็กจริงๆกัน 

ที่สำคัญอย่าดูถูกเขาว่าจะสอบไม่ผ่าน อย่าดูถูกเขาว่าเขาไม่มีที่ไปต้องเข้าสอนที่นี่เท่านั้น ลองให้เขามีความภาคภูมิใจสอบเข้ามาตามระบบราชการ แล้วสามารถเป็นอาจารย์ที่สอนเด็กให้มีคุณธรรมจริยธรรม  ทำในสิ่งที่ถูกต้อง รู้ดี ชั่ว ถูก ผิด ได้อย่างไม่กระดากใจเถิด

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

24 May: ดีแต่เปลือก

ไปมหาวิทยาลัย แวะฝ่ายทะเบียนวัดผล ที่มีปัญหาทุกเทอม เพราะมีผอ.ฝ่ายทะเบียนฯที่ไม่ค่อยรู้เรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่เอาตำแหน่งไปเรื่อยๆ อะไรๆก็เลยสารพัดปัญหา การแก้ปัญหาแทบไม่มี แต่กลบปัญหาเก่ง มันเลยดินพอกหางหมู การแก้เกรดทำได้โดยง่ายแค่จนท.ทำไม่ได้ผ่านอาจารย์ก็เคยมีมาแล้ว เป็นเด็กในโปรแกรมเราเองเลยรู้ทะลุ มิน่าเด็กตายไปแล้วยังมีเกรดได้ ทั้งอจ.(ที่สอนบ้างไม่สอนบ้างและไม่เช็คชื่อ สงสัยไม่ได้ตรวจข้อสอบ นั่งเทียนอีก เลยไม่รู้ว่าเด็กตายไปแล้ว แต่มีเกรด)

วันนี้ที่ไปเพราะจนท.จัดตารางสอนวิชาเคมีสิ่งแวดล้อม และพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม ไปไว้ที่ตึกใหม่ที่มีแต่โต๊ะและเก้าอี้ และอีกวิชาที่ตึกมนุษยศาสตร์ ชั้น 3 เลยงงๆ ว่าแล้วจะทำปฏิบัติการเคมี ทดสอบสาร ได้อย่างไร จินตนาการยังไงก็ไม่ออก ว่าจะต้องหอบตะกร้าอุปกรณ์ไป ยังไง เด็กเดินหอบอุปกรณ์จากตึกที่อยู่หลังสุดของมหาวิทยาลัยไปจนตึกที่อยู่หน้าสุดของมหาวิทยาลัย และหากลืมอะไร ก็ขับรถมาเอาที่ห้อง lab ชั้น 4 ของตึกท้ายสุด แล้วทำ lab ที่ไหน น้ำใช้ล้างอุปกรณ์ ฯ นึกไม่ออก เลยไปถามจนท.ว่าทำไมจัดตารางสอน แบบนี้อีกแล้ว เพราะตรวจสอบแล้วว่าโปรแกรมได้แจ้งห้องที่จะใช้สอนมาด้วย แต่ไม่ได้สนใจ เป็นแบบนี้มาตลอด ห้องเล็กจุ 30 คน จัดคน 50 คนก็มี เพราะไม่เคยรู้สภาพ ผอ.ทะเบียนก็อยู่วิทย์ไม่น่าไม่รู้เรื่อง ถ้าเขาเอาใจใส่ทำงานตามหน้าที่ตำแหน่งและให้คุ้มกับเงินประจำจำแหน่งที่ได้ ก็คงไม่มีอะไรบกพร่องซ้ำซากหลายๆเรื่อง ซ้ำแล้วซ้ำอีก  จนท.ก็ขอโทษบอกว่าจะเปลี่ยนให้ แล้วเขาก็ดำเนินการเปลี่ยนให้ อันนี้อจ.แต่ละคนต้องมาแจ้งกันเอง

เจอกรรมการสภามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเลยคุยกันยาว ไปรับรู้เรื่องความไม่มีคุณภาพและตั้งใจทำเช่นนั้นจริงๆของพวกกรรมการ ผู้บริหารและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สงสารประเทศไทย นักศึกษาที่ตั้งใจมาหาความรู้ ที่มีสถาบันการศึกษาแบบสร้างภาพ ผลิตบัณฑิตด้อยคุณภาพออกสู่สังคม งานวิจัยชื่อเรื่องอย่างหนึ่ง ทำอีกอย่างหนึ่ง สภาฯให้กลับไปแก้ ก็แก้บทคัดย่อมา ขอดูรูปเล่มไม่มีให้ เพราะจริงๆไม่ได้แก้เนื้อหาอะไร ทำแต่เขียนบทคัดย่อมาใหม่อย่างเดียว นี่เป็นส่วนน้อย หนักกว่านี้ขนาดจ้างทำกอปปี้ยังไม่มีกรรมการสภาฯจับได้ เพราะกรรมการคุมงานวิจัยไม่ต้องรับรู้หรือไม่ก็....อนาถจริงๆ

ตอนนี้กรรมการสภามหาลัยชุดใหม่ถึงขนาดบอกว่าป.โทที่ต้องนำเสนอชื่อเรื่อง บทคัดย่อให้สภาฯตรวจ ตอนนี้ไม่ต้องเอาเข้าสภาฯแล้วเอาเฉพาะจำนวนตัวเลขที่จบก็พอ ให้พิจารณาที่ระดับสภาวิชาการ ลงล็อก คราวนี้คลิ๊ก ออกช้างม้าได้เลย เพราะเขาไม่รู้ว่าสภาวิชาการของที่นี่ท่านได้อย่างไรมา และถูกครอบ คุม สั่งโดยใคร อันตราย น่าอนาถใจกับสำนึกครู สำนึกคนจริงๆ

กลับบ้านคุยกับ link ว่าต้องวางจริงๆ ไปรับรู้แล้วเศร้าใจกับคุณภาพการศึกษา บางสถาบันเรียนกันอย่างหนักกว่าจะได้โท เอก มา แต่ที่นี่ง่ายมาก ขนาดยอมเปลี่ยนตัวอจ.ที่ปรึกษาป.โทโดยไม่บอกอจ.ก่อน เพราะคุณภาพงานยังไม่ถึงอจ.ก็ไม่ยอมให้จบ แต่นศ.ต้องการจบ คณบดีเลยเปลี่ยนตัวอจ.ที่ปรึกษาแทนเพราะไม่งั้นเสียชื่อที่ต้องคืนทุนเพอช (PERCH) เสียหน้าเสียเครดิตคณบดีที่เป็นผู้ไปขอทุนนี้มา เลยแก้ปัญหาแบบ ( ) ง่ายๆๆๆ ตอนนี้งานป.โท คุณภาพป.ตรี ก็กำลังจะเข้าสอบได้ เศร้าใจ หรือดีใจ ที่มีคนจบแบบ ( ) ง่ายๆ ออกไปในสังคมอีกแล้วดี

มหาวิทยาลัยที่สร้างภาพได้ดี คุณภาพจริงจับไม่ได้ ประเมินตามตัวอักษร รับปริมาณมากเข้าไว้ ผลิต..สู่สังคม เสียดายเงิน เสียดายเวลาของคนที่เข้ามาเรียน เขาควรได้อะไรที่ดีๆออกไป ได้ความรู้ ความคิด สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ที่ผ่านการบ่มเพาะ และตัวอย่างที่ดีของผู้เป็นครู  ไม่ไช่ออกจากมหาวิทยาลัยที่ ดีแต่เปลือกจริงๆ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

16 Feb: ปิดcourse อีกแล้ว/ ไกล้ลาออกจากมหาวิทยาลัยด้อยคุณภาพ

ที่มาภาพ campusprogress.org

วันนี้สอนทั้งวัน ปิด course ทันทั้งสองวิชาวันนี้รู้สึกเพลียๆทั้งบ่ายไม่ร้เป้นไง สงสัยไม่ได้กาแฟ ผ่านไปอีกเทอมแล้วเร็วจังเลย ถ้าคำนวนไม่พลาดเทอมหน้า ปีการศึกษาหน้าเราควรจะหมดเวลาใช้ทุนแล้ว  หากไม่มีเหตุขัดข้องอันใดก็ถึงเวลาออกจากราชการเสียที ใจจริงเราไม่อยากออกจากราชการอยากทำประโยชน์ให้ราชการต่อ แต่รังเกียจการบริหารที่ไร้คุณภาพ(ไม่สนใจคุณภาพของการศึกษา) เห็นเด็กเป็นตัวทำรายได้อย่างเดียว ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ การประเมินของพวกที่มาๆกันก็รู้ๆอยู่ว่ากรรมการพวกนั้นคืออะไร ประเภทลิงผลัดกันเกาหลัง หรือไม่ก็ประเภทตามน้ำ แกล้งโง่ (หรือเปล่า) จึงดูไม่ออก หรือประเภทพวกรถไฟขบวนสุดท้ายตรวจเข้มก็ตกงาน นั่นหมายถึงขาด...ด้วย เอาแต่ดูเอกสารที่ปั้นแต่ง ทำทุกอย่างเพื่อให้มีครบตามค่าKPI ที่กำหนดไว้ไม่ตั้งใจทำงานให้สมหน้าที่กันเลย น่าอนาถจริงๆ ...ออกจากที่นี่ได้ จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องมั่ว.. เรื่องกกกก ทั้งเชิงนโยบายและเอาแบบตรงๆ สงสารภาษีแผ่นดิน และการศึกษาชาติจริงๆ เพราะมีสถาบันแบบนี้การศึกษาชาติและการพัฒนาท้องถิ่นจึงถอยหลังลงคลองทุกวันๆ น่าสงสารเด็กทุกรุ่นที่ยังเรียนแบบไม่มีเครื่องมื่อเฉพาะสาขา ไปฝึกงานปีนี้ก็ได้คำบ่นมาจมเลย จากพี่เลี้ยง เฮ้อ!  อยากให้ผู้บริหารหลายสิบคนที่ไปดูงานที่ตุรกี (ดูงานอีกแล้ว) มาดูงานในมหาวิทยาลัยของตัวเองบ้างเดินดูให้เห็นของจริง ตึกที่เราอยู่อธิการยังเดินขึ้นมาไม่ถึงน่าเอ็นดูจริงๆ

อากาศร้อนมากๆ กลับบ้านตกใจเจ้าวันวาไม่รู้ไปคลุกน้ำที่ไหนโคลนดำเลอะระเบียงเต็มไปหมด  เดินดูเลยรู้ว่ามันคงลงไปคลุกในลำธารจำลองหน้าบ้าน หมาน้ำจริงๆ

วันนี้ช่างไฟไม่มาก็ดีจะได้พัก เราก็เหนื่อยกับช่างมาก เมื่อคืนหยีก็โทรมาเล่าเร่องช่างฝรั่งที่ทำบ้านให้เธอ ก็ทำให้เราต้องระวังเรื่องการตกลงว่าจ้างมากขึ้นเพราะมีผู้หยิงไทยที่แสดงตัวว่าเป็น girl fr จริงๆคือ wife ผู้หญิงอายุมากกว่าชายดูเธอคง 40 เศษ ชายน่าจะ 30 เศษ เธอมาบอกหยีขอเพิ่มค่าแรงจากสี่หมื่นเป็นแปดหมื่น

วันนี้ pa กลับมายังไม่เห็นรถของเรา ท่านทิมโทรมาเช้านี้ เชิญเราและlinkให้ไปร่วมงานบวชนาคงานแรกของท่าน เบิกฤกษ์การเป็นอุปัชฌาย์ครั้งแรกของท่าน

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หากหน้าบางพอ...ก็ละอายแทนเหมือนกัน


มหาวิทยาลัยที่ดูดีจริงๆ แต่คุณภาพไม่ต้องพูดถึง.................   :(  


เข้าไปอ่าน แวะเยี่ยมเยือนในที่ๆเคยเป็นบ้านเปิดที่ให้เขียนเรื่องราวต่างๆ ไปเจอข้อเขียนนี้ของคุณชัด บุญญา แล้ว touch my heart ตรงกับความคิดเราที่ไม่ได้พูดออกมาในมหาวิทยาลัย  เพราะไม่อยากสีซอ...หรือไม่ก็จะกลายเป็นไม่ได้ไปด้วยไม่ผ่านมาตรฐานของมหาวิทยาลัยแล้วร้อนตัว หุ หุ.. แต่อยากให้อธิการบดีของที่เราอยู่อ่าน และผุ้ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารในระดับต่างๆที่แสวงหาการไปตปท.ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง บางคนเป็นสิบครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แน่นอนย่อมไม่ไช่เงินตัวเองทั้งสิ้น แถมมี pocket money เหลือกลับมาสบายๆอีก แต่นั่นไม่ไช่ประเด็นหลัก มันอยู่ที่สำนึกและความละอายส่วนบุคคลว่าได้ไปโดยวิธีใด หรือความสามารถแบบใหน และไปแล้วได้ความรู้ ความคิดที่นำกลับมาพัฒนาสถาบันอย่างไรและความคิดนั้นทำได้ หรือได้ทำหรือไม่ หากไม่ได้ทำหรือทำไม่ได้ ก็นำอะไรดีๆที่เห็นมาพัฒนาความรู้ ความคิด ทัศนคติของตนก็ยังดี ไม่ไช่สะสมไว้เขียน CV ว่าไปมาแล้ว 12 ประเทศ สงสารเงินที่ควรจะนำมาพัฒนาคุณภาพนักศึกษาให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ (การดูงานของราชการเกิดประโยชน์จริง หากคนที่ไปมีความสนใจที่จะเรียนรู้ เพื่อพัฒนา และอ่าน ฟัง พูด ภาษาของเขาออกด้วยตัวเองบ้าง) แต่ที่เคยฟังหลายครั้งก่อนไปตรวจสอบหาที่ชอบปิ้งให้เรียบร้อย ไปถึงรอเวลา shopping กลับหิ้วของที่ได้มาฝากขอบคุณๆๆๆ และสำหรับครั้งต่อไป...และครั้งต่อไป น่าเอ็นดูกันจริงๆ




Ico64
ชัด บุญญา
ข้าราชการบำนาญ (อดีตศึกษานิเทศก์)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่ -แม่ฮ่องสอน)

ให้เขาเชิญมา...ถึงจะไปศึกษาดูงานในต่างประเทศได้ผมละอายจริงๆ

การศึกษาดูงานต่างประเทศ
มีอยู่บ้างสองสามครั้งในชีวิตราชการที่อยากไปศึกษาดูงานต่างประเทศกับพรรคพวกเพื่อนฝูง การที่จะไปต่างประเทศได้แม้ใช้เงินส่วนตัวคณะผู้จัดต้องดำเนินการขออนุญาตจากส่วชราชการในส่วนกลาง พร้อมกับแนบหนังสือเชิญจากหน่วยงานในต่างประเทศไปด้วย คณะผู้จัดซึ่งอยู่ในส่วนภูมิภาคจึงต้องไปขอให้บริษัทัวร์เขาจัดการให้ เราจึงได้ไป ผมคิดถึงกระบวนการของบริษัททัวร์ ที่ต้องมีการสื่อสารกับเครือข่ายในต่างประเทศ ให้เขาไปหาหน่วยงานใดก็ได้ที่อยู่ในข่ายอาชีพของเรา ให้เขาออกหนังสือเชิญพวกเรา แล้วส่งหนังสือเชิญน้นผ่านบริษัททัวร์มาให้เราแนบเพื่อไปขออนุญาตไปราชการศึกษาดูงาน ตรงนี้ละครับที่ทำให้ผมรู้สึกอาย อายต่างประเทศในฐานะคนไทย ที่ต้องการไปแล้วให้เขาเชิญมา อายในกระบวนที่บริษัททัวร์ต้องไปขอให้เขาออกหนังสือเชิญ ยิ่งอายมากขึ้นอีก เพราะคนที่อยากไปมีทั้งที่อยากไปศึกษาดูงานจริง ๆ และเพียงอิงขออาศัยไปเที่ยว จิตใจไม่อยู่กับการศึกษาดูงานสักเท่าไร พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ใช้ล่ามพูดแทนก็ไม่เป็น ผมละอายจริงๆ ครับ
แล้วจะทำอย่างไรดี......
แยกกันได้ไหมครับ ไปเที่ยวก็ไปเที่ยว มีระเบียบเปิดโอกาสให้ไปเที่ยวโดยใช้งบประมาณส่วนตน เพราะการไปเที่ยวต่างประเทศสี่ห้าวันนี่ทำให้คนรักประเทศของเรายิ่งขึ้น ก็คุ้มแล้วใช่ไหมครับ ไปศึกษาดูงานก็ไปศึกษาดูงาน ดูกันจริง ๆ เอามาใช้ หรือปรับใช้กันให้ได้ ไปได้ทั้งใช้เงินส่วนตน และเงินหลวง ก็ต้องมีระเบียบโดยเฉพาะ มิฉนั้นการศึกษาดูงานของราชการก็เป็นการไปเที่ยวดี ๆ นี่เอง ซึ่งแต่ละปีโดยรวมทั้งประเทศผมคิดว่าใช้เงินหลวงจำนวนไม่น้อย ที่เคยเห็นมา กลับมาแล้วก็ไม่ได้อะไรมาเปลี่ยนแปลงให้การทำงานคมชัดลึกสักเท่าไร เพราะการไปไม่มีแผน ไปเพราะงบประมาณเหลือจ่าย หรือ ขยักไว้ให้เหลือเพื่อไปเที่ยวตอนปลายปี..........

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

23 Nov: ททท (ที่ไม่ไช่การท่องเที่ยว)


มีข่าวจากที่ประชุมอาจารย์ระดับคณะทุกคณะ ที่อธิการบดีไปแจ้งว่ามีการเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ในการขอตำแหน่งทางวิชาการ ให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์รีบทำขอ เพราะอันใหม่นี้ไม่ต้องมีวิจัยก็ได้ มีแบบเก่าที่เคยยกเลิกไป และบอกว่าเป็นปีทองของเราทั้งหลายที่จะรีบขอ เพราะกรรมการชุดใหม่นี้ยังคงอยู่...เราได้ยินข่าวนี้ด้วยความไม่เชื่อถือ เพราะน้อยครั้งที่จะพูดอะไรตรงตามที่เป็น ..ก็เลยตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยไทยที่ติดระดับโลก ก็เป็นดังคาดเพราะเรื่องนี้เป็นแค่การพูดในที่ประชุมส่วนกลางยังไม่มีเป็นมติออกมา ไม่มีการประกาศใดๆ แต่แน่นอนมีตัวแทนของกลุ่มมหาวิทยาลัย หรืออาจเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเราเองไปร่วมประชุมฟังไม่ได้ศัพท์จับมา...บอกก่อน เรื่องวุ่นก็เริ่มเกิดเพราะมีคนส่งแล้ว ทางกจ.ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกไปว่ายังต้องใช้เกณฑ์เดิม เพราะไม่มีประกาศ แต่คนส่งผลงานบอกว่า คุณจะรู้ดีกว่าผู้บริการได้อย่างไร เพราะคนที่พูดระดับอธิการบดี ที่มีคนบอกเราวันนี้ว่า ท่านน่ะ "ททท" เราเลยบอกว่า "ทำเฒ่าทั่วไป"หรือ? เขาว่าไม่ไช่เราน่ะเชยแล้ว เดี๋ยวนี้ท่าน ทำ ทัน ที ใครมาเป่าอะไรไม่ต้องกรองกันแล้วเพราะจะสั่ง ททท หุ หุ น่าสงสารสถาบันและชาวเรา และหลายๆคนที่ชอบตอบสนองแบบไม่ใช้สมองเช่นกัน

หมายเหตุ  ส่วนตัวเราเชื่อว่านี่เป็นอุบายมากกว่าเพราะเคยบอกให้ทำผลงานวิชาการแต่ไม่มีใครจะทำ ด้วยหลายๆเหตุผลที่แตกต่าง แต่มหาวิทยาลัยต้องการค่า KPI  ที่ตอนนี้ต่ำกว่าเป้าในด้านวิชาการ และสร้างภาพไว้มาก ขาดคนมีตำแหน่งทางวิชาการอย่างยิ่ง จะเปิดอะไร ทำอะไร จึงไม่สะดวกนัก ก็เลยต้องให้รีบๆทำ แต่จริงๆหากมีเกณฑ์จับที่เข้มแข็ง ตรวจสอบหลักฐานจริงจัง จะเจอของซุกไว้เยอะ มีอะไรที่ไม่ไช่ที่เห็น แต่ส่วนใหญ่ที่มาประเมินก็เป็นที่รู้ๆกัน น่าสงสารคุณภาพการศึกษาไทยจริงๆที่เราได้คนเสมือน.. มาทำหน้าที่ ประเมิน

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

18 Nov: คุณภาพที่หลอกลวง


เช้านี้ตั้งใจตักบาตรพระ 5 รูป อุทิศให้งูตัวนั้น ปรากฎว่าวันนี้เป็นวันพระ พระจะไม่มาบิณฑบาตร เลยไปถวายพระอาจารย์ และพระที่วัดพระอาจารย์ จากนั้นไปมหาวิทยาลัย จนท.จัดการเรื่องทำความสะอาดห้องให้ เราบอกให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นเพราะ asbestos อันตราย

ระหว่างนั้นไปคุยกับอจ.ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ก็ทำให้รู้ว่าปีหน้า (55)ที่จะต้องจัดการหลักสูตรทุกหลักสูตรให้เข้าตามมคอ. TQF นั้น หลายโปรแกรมวิชายังไม่ผ่าน แต่มหาวิทยาลัยเปิดรับนศ.ไปแล้ว  และที่แน่ชัดคือเราบอกว่าโปรแกรมของเราไม่ควรผ่าน ยังไงก็ไม่เข้าเกณฑ์ เพราะคณะหลอกลวงปกปิดมาตลอด อธิการรู้ปัญหาแต่แกล้งทำเป็นลืม ส่วนเรารอเวลาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้าเกณฑ์ เป็นตัวบอกพวกเขาว่ามันไม่ได้มาตรฐานจริงๆ จะให้โปรแกรมเราเขียนข้อมูลอันเป็นเท็จเหมือนหลายๆโปรแกรมเพื่อจะไม่มีปัญหานั้นไม่ได้ เพราะสงสารเด็กที่เข้ามาเรียนจบออกไปอย่างไม่มีคุณภาพ ไม่มีปฎิบัติการใดๆให้เขาเรียนเลยเพราะไม่มีอุปกรณ์ของสาขาที่ตรงกับวิชาเอกเลย ตอนเขียนหลักสูตรครั้งแรกกลุ่มคนที่เขียนก็ทำโดยอจ.ที่เกษียณไปแล้วและเขียนข้อมูลที่เป็นเท็จ มีอาจารย์ตรงสาขาคนเดียวก็ใส่ชื่อเอาสาขาอื่นมามั่วไปก่อน ส่งขึ้นไป สกอ.ก็ไม่รู้อะไรอยู่แล้ว ยิ่งพวก สมศ.ก็ไม่ต้องพูดถึงหน่วยงานพวกนี้ไม่ควรจะมีในประเทศไทยเลย การศึกษาอาจพัฒนาไปดีกว่านี้ เราเคยพูดกับอธิการว่าเครื่องกรองที่ไม่ดี เอามากรองอะไรไม่ได้หรอก ไร้ค่า! มหาวิทยาลัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากที่ทำให้เราเห็นชัดเจนถึงความไม่เอาไหนของหลายๆหน่วยงานที่ต้องสอดส่องเรื่องคุณภาพ ว่าทุกหน่วยงานนั้นก็เหมือนแมว หากเลี้ยงให้อิ่มได้ก็ไม่เห็นหนูหรอก น่าสงสารการศึกษาไทย ได้แต่บอกคนที่สนิทๆว่าอย่าได้ส่งลูกหลานเหลน มาเรียนเป็นอันขาด ยกเว้นอยากได้แต่ใบปริญญาไม่สนใจความรู้ก็ OK เลยเหมาะมาก

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

3 Nov: สอนชั่วโมงแรก/เบื่อ(รังเกียจ)การตรวจผลงานที่ผู้ส่งมาไม่ได้ทำเองมาก

ที่มาภาพ: it24hrs.com

เทอมนี้สอนสองวิชาคือ ชีวเคมีสิ่งแวดล้อม และ มลพิษสิ่งแวดล้อม เข้ากับเหตุการณ์น้ำท่วม และน้ำจะเสียต่อไป ก็มี case study

เมื่อวานเอาเอกสารการสอนของดอกเตอร์คนหนึ่ง (ช.อ.) ของคณะวิทยาศาสตร์ที่ส่งมาให้ตรวจแก้ไปส่งคืนคณะ แก้เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกแก้ไปทุกหน้า จนต้องเขียนบอกไปว่าให้ตรวจใหม่เองก่อนส่งมาให้ตรวจ  ไม่ไช่ให้เด็กเจ้าหน้าที่เขียนให้แล้วส่งมาให้ตรวจแบบนี้  ครั้งที่สองแก้อีกเพราะบางเรื่องไปตัดต่อเปลี่ยนมา บางอันแก้แล้ว ไม่ไปแก้ส่วนที่เกี่ยวกัน ไปcopy ภาพจากหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลมาใส่ โดยตรามหาวิทยาลัยที่เขาประทับยังโผล่มาให้เห็นและไม่ใส่ที่มาอีก เนื้อหากับชื่อเรื่องคนละเรื่องกัน บทปฎิบัติการ เรื่องหนึ่งแต่ใช้อุปกรณ์ของอีกปฎิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะไปcopy มาใส่โดยไม่ดูอะไร บางเรื่องยกตัวอย่าง ..ใช้พืชผัก  ผลไม้ เช่น คะน้า มะม่วง ตับ??  บางบทเขียนว่า ดังปฏิบัติการข้างต้นและไม่มีปฎิบัติการให้เห็น บางปฎิบัติการไม่มีอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้  โครงสร้างของนกตัวผู้เขียนเป็นของนกตัวเมียโดยอธิบายผิดเรื่องด้วย  บางบทไปตัดต่อจากหนังสือ lab ของเครือข่าย globe โดยไม่ใส่ที่มา และตัดย่อเนื้อหาจนอ่านไม่รู้เรื่องเพราะตัดปะผิดที่  ให้ความหมายคำจำกัดความของศัพท์ผิด เขียนเนื้อเรื่องผิดเรื่อง อาจไปตัดต่อย่อจน ต่อไม่ถูก เราเลยสรุปเองว่าดอกเตอร์คนนี้คงไม่ได้เขียนเองเพราะเธอไม่น่าจะสะเพ่ราผิดได้ขนาดนี้ คงให้เจ้าหน้าที่ที่จบที่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแห่งนี้เป็นผู้เขียนให้ เหมือนที่เคยทำกับงานอื่นๆ เราคืนให้ที่คณะแล้วบอกว่าไม่ต้องส่งงานของดอกเตอร์คนนี้มาให้ตรวจอีก และไม่อนุญาตให้เขียนชื่อของเราในฐานะอะไรทั้งสิ้นในหนังสือของเธอ เพราเราไม่อาจรับรองคุณภาพของดอกเตอร์คนนี้ได้เลย

หลายครั้งที่หลายคนที่เผชิญกับดอกเตอร์ผู้นี้แล้วต้องย้อนกลับมาถามว่าเธอจบจากที่ไหน ใครเป็น supervisor ได้ยินแล้วสะดุ้งเพราะเธอจบป.เอกจากมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เราจบป.ตรี sup. ของเธอเคยสอนเราตอนป.ตรี เราไม่อยากโทษมหาวิทยาลัยเพราะสถาบันสร้างคนทุกประเภทออกสู่สังคม การคุมคุณภาพคงทำได้ในระดับหนึ่งเพราะทราบว่าระบบเปลี่ยนไปทำให้ตอนนี้ต้องคุมให้ป.เอก ป.โทจบตามเวลามากที่สุด ดังนั้นผลไม้ยังไม่สุกก็ต้องตัดหางปล่อยออกมา เลยเหมือนกับว่าครบตามเวลาก็ต้องพยายามปล่อยออกมา ไม่มีเวลาให้สำหรับคำว่าคุณภาพ เราเลยได้ดอกเตอร์ครึ่งสุกครึ่งดิบ หลอกคนเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ที่ร้ายกว่านั้นที่น่าห่วงเหมือนดอกเตอร์คนนี้ในสถาบันแห่งนี้ที่ไม่มีใครสนใจ จะสอนผิดถูก ให้เจ้าหน้าที่สอนแทน(นศ.เคยฟ้องมาแล้ว) ตรวจข้อสอบข้อเขียน ฯ ให้เจ้าหน้าที่เขียนแทนผิดถูกไม่มีใครสนใจ อนาถใจตรงที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้พยายามสร้างภาพให้เกิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น คุณภาพก็คงระดับท้องถิ่นจริงๆ น่าสงสารลูกหลานของพ่อแม่ของบางครอบครัวที่หวังในตัวลูกหลานที่จะได้ในสิ่งที่ดีๆ ฯลฯ หลายเรื่องที่ไม่อยากทบทวนเขียนเรื่องของสถาบันนี้ นอกจากจะพูดกับตัวเองว่า น่าสงสารพวกเขาหลายคน ที่มีโอกาสดีมากที่ได้เกิดมาเป็นครูคน แต่กลับใช้โอกาสนั้นสร้างและทำในสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรมครู ไม่ละอายต่อเด็กที่เรียกขานคุณว่าครู อาจารย์

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

2 Nov: มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น

วันนี้เขียนเรื่อง

น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมในครัวเรือน  ใน

http://meepole.blogspot.com/


เข้าใจผิดเรื่องตารางสอน นึกว่าสอนวันนี้ ปรากฏว่าไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่ 07.45 น  สอน 08.30 จอดรถหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ เจออาจารย์สิ่งแวดล้อมเดินมาพอดี ชี้ให้ดูขยะกองโตที่ใส่ถุงดำหลายใบวางกองคงรอรถขยะมารับ พร้อมแกลลอนสารเคมี 2 ใบวางตั้งรอทิ้ง  อจ.เขาชี้ให้ดูแกลลอนนั้น พร้อมพูดพร้อมกันว่า เอาสารเคมีตั้งทิ้งไว้กับกองขยะแบบนี้ได้อย่างไร สารอะไร และสุดท้ายใครทิ้ง  นักศึกษาที่เดินมาเรียนก็แวะมาดูว่าอจ.สองคนก้มๆเงยๆดูอะไรเพราะ กำลังอ่านว่าเขาเขียนไว้ที่หน้าแกลลอนว่าอะไร เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า 70% ethanol  90% ethanol ก็เลยบอกว่าไม่น่าเป็น ethanol เพราะสีออกแดงๆนะ อีกใบดูไม่ออกแต่เดาว่าสีเข้มสักหน่อย ซึ่งไม่ว่าสารอะไรก็อันตรายทั้งสิ้นเพราะคนเก็บขยะอ่านไม่ออก และอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์เทของเหลวที่ไม่รู้แน่ว่าเป็นอะไรทิ้ง(ที่ไหนก็ไม่รู้) แล้วเก็บแกลลอนพลาสติกมาใช้ หรือฯ

 นักศึกษาสิ่งแวดล้อมพูดว่า เขาเอาสารมาทิ้งแบบนี้ได้อย่างไร ฟังแล้วชื่นใจหน่อยที่เด็กมีสำนึก จิตสาธารณะ ดีกว่าอาจารย์ หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติการที่เอามาตั้งทิ้งเช่นนี้ หรือใช้ให้นักศึกษามาทิ้ง ก็เลยให้ถ่ายรูปไว้เป็นตัวอย่างเอาไว้สอนเด็ก ให้ดูเยี่ยงแล้วอย่าเอาอย่าง และสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของอาจารย์ที่ไม่สอน แนะนำหรือบอกเจ้าหน้าที่ จริงๆเรื่องนี้เป็นสำนึกที่ควรอยู่ในใจของผู้ปฎิบัติงานด้านนี้ กำลังยืนคุยๆ ถ่ายรูปกัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เดินเอาขยะมาทิ้งพอดี พร้อมอาการไม่สนใจ (อยู่แล้ว) เราไม่แปลกใจ แต่นศ.และอาจารย์ที่ยืนแปลกใจ ว่าทำไมเขาไม่สนใจ เรื่องนี้ เราก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ได้ให้คุณโทษกับเขา เขาไม่สนใจหรอก เพราะผอ.คนนี้เองที่ยืนสูบบุหรี่หน้าตึก จนเราเองสอนเด็ก เตือนเด็กไม่ได้เพราะครูทำเป็นตัวอย่างแล้ว และสูบในห้องทำงานที่เด็กต้องเดินผ่านหากจะใช้ห้องประชุมเล็ก จนกลิ่นบุหรี่เหม็นทั้งห้อง เป็นทั้งผอ.ศูนย์วิทย์ และตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้น่าจะทรงเกียรติ แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะแบบนี้แบบนี้ที่ไหนมีบ้าง ? แต่ลึกๆที่เราคิดคือถ้าคนมีสำนึกก็ไม่ไช่สมพรล่ะ หุ หุ คิดหลายครั้งแล้วสลดใจที่มักจะมีอาจารย์ไร้สำนึก (หรือขาดความคิด) แบบนี้มากจริงๆ และในมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแบบนี้มีตัวอย่างการทำแบบไร้จิตสาธารณะที่คาดไม่ถึงอีก แล้วเราจะหวังคนรุ่นหลังที่ผลิตออกไปได้อย่างไร น่าสงสารท้องถิ่นจัง