แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

13 Nov: "น้ำท่วมให้รีบโกง"/น่าเป็นห่วงคนปั้น EM


วันนี้วันหยุด อยู่บ้านเขียนตำราชีวเคมีสวล .ต่อในหัวข้อ "การใช้เชื้อราฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ "
ตั้งใจจะไปซื้อวิทยุสื่อสาร แต่ขี้เกียจออกจากบ้านเลยเลื่อนไปวันอื่นแทน ฝนตกแบบคล้ายๆจามแล้วหายไปเลย
ดูTV ไปเรื่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ หมดไปอีกวัน ได้ยินข่าว การจัดซื้อเรือในราคาพิเศษของราชการ ชาวบ้านทั่วไปเรือนั่งสองคนซื้อได้ในราคา6,000-7,000 บาท ก็แย่มากแล้ว เพราะปกติก่อนน้ำท่วมราคา 2,500-3,000 บาท แต่ศปภ.ซื้อในราคา 20,000-100,000 บาท ขนาดตั้งแต่นั่งสองคน และสิบคน ก็ต้องสอบสวนอยู่อีก เรื่องโกงกินถุงยังชีพก็ยังไท่เรียนร้อยมีข่าวเช่นนี้ทุกวัน "น้ำท่วมให้รีบโกง ?"  ไม่ว่าใครที่ทำเช่นนี้ ไม่ต้องกังวลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม(ผู้อำนวยความสะดวกให้ทำการสำเร็จ) ทั้งก่อบาปและอกุศลกรรมได้เกิดกับตนไปแล้ว รอผลของกรรมที่ทำคงไม่ช้าหรอก

คิดๆก็น่าสงสารครอบครัวผู้ที่โกงกินนั้นจริงๆที่ปล่อยให้คนในครอบครัวนั้นมีความลำบากในครอบครัวมากขนาดต้องออกมาโกงกิน เบียดเบียนคนที่ลำบากจากการประสบภัย คิดถึงขอทานคนนั้นที่รู้จักการให้บริจาคเงินจังเลย


วันนี้ไปอ่านเจอ ข้อคิดการใช้ EM
เรียนรู้การใช้อีเอ็มบอล จากแดนอินทรี ลูกบอลวิเศษหรือตัวการทำน้ำเน่า
http://m.posttoday.com/article.php?id=121395&channel_id=11000  ก็ตรงใจกับที่เราอยากเตือนส่วนหนึ่ง ดีที่มีข่าวแบบนี้ออกไป แต่ยังไม่มีใครพูดถึงการปนเปื้อนของเชื้อ และการกลายพันธุ์ การตกค้าง ที่อันตรายยิ่งกว่าที่คาดคิดไว้มาก รอก่อนว่าใครจะรู้จักนิสัยเชื้อสิ่งแวดล้อมบ้าง
เอารูปนี้มาเตือนใจ และคงใช้สอนนศ.ว่า ความไม่รู้ เป็นเรื่องหนึ่ง การไม่ใส่ใจศึกษาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการปฏิบัติโดยไม่ใคร่ครวญเป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใช้มือเปล่าสัมผัสเชื้อจำนวนมหาศาลที่ยังไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยใดๆเลย น่ากลัวและน่าเป็นห่วงจริงๆ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

น้ำท่วม: สู้เชื้อโรคจากการลุยน้ำด้วยด่างทับทิม


ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ที่เพิ่งมีการออกมาเตือน เรื่องการติดเชื้อจากการลุยน้ำ ตลอดจนข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์บางฉบับ เตือนหญิงมีประจำเดือนลุยน้ำท่วมเสี่ยงติดเชื้อ
เราเลยต้องเขียนบทความช่วยกันอีกเรื่อง

น้ำท่วม: สู้เชื้อโรคจากการลุยน้ำด้วยด่างทับทิม  อ่านได้ที่
http://meepole.blogspot.com/2011/11/blog-post_09.html

แล้วก็เตรียมสอนมลพิษต่อ เตรียมตำราชีวเคมีสิ่งแวดล้อม ยังไม่เสร็จเลย เย็นออกไปซื้ออาหารหมามาเพิ่มอีกเป็น 4 กระสอบ สั่งอาหารดีพร้อมกลับบ้าน ของคนไม่ได้เตรียมอะไร ยังจิตไม่ร้อนอยู่

วันนี้อยู่ดีๆตอนบ่ายสามลมกระชากแรงมากต้นทองกวาว หน้าบ้านกิ่งกลางฉีกหักเลย เด็กๆกระเจิงคนละทิศ  ตามด้วยฝนที่แรงมากเช่นกัน ประมาณเกือบชั่วโมง แดดก็ออก ทำเป็นประเทศอังกฤษไปได้ วันละ 3 ฤดู

วันนี้รัฐบาลประชุมแบ่ง cake หลายแสนล้าน  คิดถึงขอทานที่บริจาคเงินช่วยน้ำท่วมขึ้นมาทันที จน ลำบาก เงินยี่สิบ เทียบเท่าเงินแสนเงินล้านของคนมั่งมี  น้ำใจที่รู้จักให้ เมื่อเห็นคนส่วนใหญ่เดือดร้อน จะเทียบกับใจของคนที่รอเขมือบเค็ก ฉวยโอกาสสร้างอกุศลกรรม ทั้งๆที่ไม่จน แต่ไม่รู้จักพอก็แค่นั้น  บางเองมันก็ติดในสันดานจริงๆ แบบที่ว่าสันดอนขุดได้ สันดานขุดยาก

พรุ่งนี้สอนทั้งวัน

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

จะโกงกินกันไปถึงไหน?

           

จากข่าว .....เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (7 พฤศจิกายน) นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงข่าวว่า นอกจากปัญหาถุงยังชีพที่มีราคาเกินจริงแล้ว ขณะนี้ยังมีรายการสุขามือถือกระดาษ ซื้อ 30,000 ชุด ชุดละ 245 บาท ยกตัวอย่างของสุขามือถือกระดาษปูนซีเมนต์ไทยราคาเพียงแค่ 111 บาทเท่านั้น แถมกระดาษอีก 2 ม้วน  และถุงดำอีก 10 ใบ แต่กลับไปซื้อในราคา 245 บาท
            "อยากขอดูหน้าตาหน่อยว่าเป็นอย่างไร มีกระดาษและถุงดำให้หรือไม่  และให้ระบุชัดเจนว่าได้กระจายของเหล่านั้นไปพื้นที่ใดบ้าง ไม่อยากให้ใครนินทารัฐบาลหากินกับส้วม นายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิงคงไม่สนับสนุนให้คนของตัวเองหากินกับของสกปรกบนความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งหากนำเอาราคาตลาดลบกับราคาที่มหาดไทยซื้อจะมีส่วนต่างอยู่ ที่ 134 บาทต่อชิ้น เท่ากับท่านซื้อแพงเกินเท่าตัว รวมส่วนต่างทั้งหมดกว่า 4 ล้านบาท เฉพาะรายการนี้แค่รายการเดียว"
ยังมีข่าวถุงยังชีพที่มีการว่าจ้างคนบรรจุ มีค่าการจัดการ ของข้างในมูลค่าถูกมากแต่ตั้งราคาเบิกแพงเกินเท่าตัว ฯลฯ และนี่ถุงของศปภ. 800 บาท  (ที่มาภาพ: thaihosttalk.com)
 ไม่แปลกใจเลยจริงๆ สำหรับสังคมไทยปัจจุบัน ที่การโกงกิน กอบ โกย มันกระจายซึมแทรกเข้าในสายเลือด (ไม่รู้ผ่านสายสะดือมาหรือเปล่า) มันก็เลยเป็นเช่นนี้กันไปทั่ว ไม่ว่าเหตุการณ์อะไร พี่ไทยก็โกง กิน   ทำไมใจดำจังเบียดบังคนชาติเดียวกัน
แม้กระทั่งท่ามกลางความเดือดร้อน

..เราชอบที่มีคนส่งทวิตเตอร์ต่อๆกันแล้วโทรทัศน์เอามาออกรายการ ว่า
"คนที่เบียดบังผู้ที่เดือดร้อนจากปรากฎการณ์ธรรมชาติ มักตายด้วยปรากฎการณ์ไม่ธรรมชาติ" ฟังตอนแรก และเล่าให้คนอื่นฟังก็ขำหัวเราะกันทุกที แต่ชวนให้คิด แล้วขนหัวลุกนา! ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่เราเชื่อ เพราะไม่เคยเห็นใครที่โกงกินจนมีสมบัติมากมาย จะมีสุขที่แท้จริงได้เลย มีลูก(ชั่ว)ช่วยล้างผลาญสมบัติกันทั้งนั้น

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

7 Nov: เสนอโครงการ/ EM ระเบิดเวลา เฮ้อ!


วันนี้ทำโครงการเพื่อช่วยเหลือพระภิกษุสู้โรคภัยที่มากับน้ำท่วมเสนอเจ้าคณะภาค 16 หากคณะสงฆ์เห็นชอบก็มีงานต้องเร่งทำ ระดมแรงงานมาช่วย วันนี้เช็คราคาสารแล้ว งานนี้ทำเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

กำลังคิดเรื่อง EM อยู่ว่าจะเอายังไง วันนี้มีรายการสรยุทธ์เอา 2 คนมาออกรายการ มีคนโทรมาบอกให้ดูช่อง3 มาเปิดตอนท้ายแล้วไม่รู้ว่าเป็นใคร เสียดายอยากจะช่วยผู้ร่วมรายการฝ่ายชายจัง ที่บอกว่าขอทุนทำวิจัยแล้วมาเมื่อ 5 ปีที่แล้วแต่ไม่ผ่านเพราะไม่มีใครเห็นความสำคัญ ถ้ารู้จะสนับสนุนเต็มที่เลย จริงๆตอนนี้คิดว่าสิ่งที่เขาอยากรู้มีการทำวิจัยแล้ว อยากส่ง paper ให้อ่านจัง สังคมเริ่มตั้งข้อสังเกตุดาบสองคมของ EM แล้ว ดีมากเลย ตอนนี้รอคนที่เข้าใจไปกระซิบ เป่าหู อธิบายให้นายกฯ ที่ปรึกษานายกฯ ผู้ติดตามนายกฯ พ่อยก แม่ยก ทั้งหลายฟังให้เข้าใจ จะได้ชะลอการสูญเสียเงินมากมายกับการปั้นระเบิดเวลาไปขว้างเล่น เอาไว้ที่สุดของที่สุดก่อน อาจต้องหาทางอ้อมช่วยเรื่อง EM งานนี้ต้องใช้แรงขับมากหน่อย แต่ตอนนี้ยัง ยังไม่อยากออกสู่สังคมที่..นะๆ

ดีใจที่ข้อเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ด่างทับทิม มีคนเข้ามาอ่านมากจริงๆ ดีใจที่แม้อยู่ไกลก็สามารถช่วยคนร่วมชาติได้ แม้เป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

6 Nov: EM ไม่ไช่คำตอบของทุกเรื่อง


เช้านี้สิ่งที่เรากังวล และเขียนบ่นในนี้ไปแล้ว(หลายวันมาแล้ว ลงpaper วิจัยให้อ่านด้วย) บ่นกับคนหลายๆคนที่สนิท และสอนนศ. เกี่ยวกับดาบสองคมของ EM ball ได้มีคนออกมาถกเถียง กันจนเป็นข่าวเล็กๆ (เพราะสื่อยังไม่รู้ว่าEM ball ที่ทำอยู่ไม่ถูกต้องนัก ถ้ารู้จริงเมื่อไหร่ ข่าวใหญ่แน่) ว่าการใช้ EM ball อาจไม่ได้ผลดี และเกิดผลในทางตรงข้าม โชคร้ายที่นักข่าวไปสัมภาษณ์ดร.อาวุโสมากแล้วคนหนึ่ง จากสถาบันที่มีชื่อดังๆ (สถาบันเดียวกับที่ตอบว่าอุทัยทิพย์ คล้ายกับด่างทับทิมนั่นล่ะ)เราแอบคิดว่าคงเป็น conservative ด้านความรู้ ไม่ได้ตามอะไรไหม่ๆหรือคิดอะไรให้ยาว คำตอบเลยเป็นแบบชาวบ้านทั่วไปก็คิดได้ และรู้แต่ที่เขาต้องการฟังมากกว่านั้นคือมันได้ผลจริงหรือ เขาก็ตอบเลี่ยงไป สุดท้ายไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เป็นอันว่าคงมีคนไม่เข้าใจปั้นลูกหลานเหลนของ EM ball ไว้ขว้างเล่นอีกเป็นล้านๆลูก สงสารอะไรดี??  ไม่รู้จริงๆว่าคนที่สนับสนุนจุดประกายเรื่องEM ball รู้และหวังดีจริงๆ หรือเป็นเรื่องของผลประโยชน์อีก น่ากลัวจังเมืองไทยที่ไม่โปร่งใส จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นความหวังดีอย่างแท้จริง หลังจากน้ำนิ่งจะเห็นผลของEM ball แล้วจะรู้ว่าผิดไปอีกแล้ว แต่ถึงตอนนั้นคงสายแล้วต้องยอมรับผลที่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่ศึกษาเงื่อนไขการใช้ให้ดี

ญี่ปุ่นเองก็พิสูจน์มาแล้วตอนสึนามิ ว่าใช้ EMball ไม่ได้ผลให้งดใช้เลย คนที่บอกว่าใช้ได้ก็มีบริษัทที่ผลิตเท่านั้น ที่ไหนก็เหมือนกันหมด มีเงินมา ความเป็นคนก็ขายได้ ไม่คำนึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น เล่นกับเชื้อที่มองไม่เห็นอันตรายจัง ขนาดเราจบด้านเชื้อสิ่งแวดล้อมมายังไม่สบายใจแทนเลย ใช้ผิด ทำผิด เสียหายเยอะมาก ทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่โดนเต็มๆ

internet เสียเกือบสองวันตั้งแต่เมื่อวานเช้า จนวันนี้เย็นช่างขององค์การโทรศัพท์มาช่วยซ่อมแบบชั่วคราวเอาสายมา jumpให้ก่อน ช่างก็น่ารักมาก เราต้องหาช่างเดินสายมาโยงใหม่ให้เรียบร้อยเอง  ก็ยังดีกว่าไม่มีใช้

เลยทำให้เตรียมตำราไม่ทัน ต้องเลื่อนนัดไปอีก
วันนี้ไปทานเที่ยงกับ pa และครอบครัวกีและแปะ ที่พลับพลาซีฟู๊ด

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

4 Nov: กฐิน/ บทความน้ำกัดเท้า

วันนี้ยุ่งมากทั้งวัน ช่วยงานกฐินพระราชทาน ผ่านไปอย่างเรียบร้อย  วันสองวันนี้มีหลายเรื่องต้องทำ และทุกเรื่องรีบทั้งนั้น  เลยต้องแบ่งเวลาให้ทุกๆเรื่อง แต่เอาเรื่องส่วนตัว ครอบครัวไว้หลังสุด ตอนนี้น้ำท่วมเราอยู่สบายดี ต้องช่วยส่วนรวม อยู่กับวิชาการก็ชอบเขียน ก็เขียนช่วยคนร่วมชาติก่อน ถือว่าใช้หนี้แผ่นดินที่ให้ทุนไปเรียนต่อจนจบกลับมา ทำงานท่ามกลางความเงียบมาหลายปี ค่อยๆทะยอยช่วย จนกว่าน้ำลด
ตอนบ่ายสามเข้ามหาวิทยาลัยไปถ่ายรูปที่หนูนา และโหน่งเตรียมสารละลายด่างทับทิมที่ conc.ต่างๆไว้ให้ชาวบ้านที่ไม่ไช่นักวิทย์ เทียบสี ให้เขาใช้ให้ถูกจะได้ปลอดภัยกัน

ติดตามเรื่อง น้ำท่วม: การใช้ด่างทับทิมบรรเทาน้ำกัดเท้า และบาดแผล  ได้ที่

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

3 Nov: สอนชั่วโมงแรก/เบื่อ(รังเกียจ)การตรวจผลงานที่ผู้ส่งมาไม่ได้ทำเองมาก

ที่มาภาพ: it24hrs.com

เทอมนี้สอนสองวิชาคือ ชีวเคมีสิ่งแวดล้อม และ มลพิษสิ่งแวดล้อม เข้ากับเหตุการณ์น้ำท่วม และน้ำจะเสียต่อไป ก็มี case study

เมื่อวานเอาเอกสารการสอนของดอกเตอร์คนหนึ่ง (ช.อ.) ของคณะวิทยาศาสตร์ที่ส่งมาให้ตรวจแก้ไปส่งคืนคณะ แก้เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกแก้ไปทุกหน้า จนต้องเขียนบอกไปว่าให้ตรวจใหม่เองก่อนส่งมาให้ตรวจ  ไม่ไช่ให้เด็กเจ้าหน้าที่เขียนให้แล้วส่งมาให้ตรวจแบบนี้  ครั้งที่สองแก้อีกเพราะบางเรื่องไปตัดต่อเปลี่ยนมา บางอันแก้แล้ว ไม่ไปแก้ส่วนที่เกี่ยวกัน ไปcopy ภาพจากหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลมาใส่ โดยตรามหาวิทยาลัยที่เขาประทับยังโผล่มาให้เห็นและไม่ใส่ที่มาอีก เนื้อหากับชื่อเรื่องคนละเรื่องกัน บทปฎิบัติการ เรื่องหนึ่งแต่ใช้อุปกรณ์ของอีกปฎิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะไปcopy มาใส่โดยไม่ดูอะไร บางเรื่องยกตัวอย่าง ..ใช้พืชผัก  ผลไม้ เช่น คะน้า มะม่วง ตับ??  บางบทเขียนว่า ดังปฏิบัติการข้างต้นและไม่มีปฎิบัติการให้เห็น บางปฎิบัติการไม่มีอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้  โครงสร้างของนกตัวผู้เขียนเป็นของนกตัวเมียโดยอธิบายผิดเรื่องด้วย  บางบทไปตัดต่อจากหนังสือ lab ของเครือข่าย globe โดยไม่ใส่ที่มา และตัดย่อเนื้อหาจนอ่านไม่รู้เรื่องเพราะตัดปะผิดที่  ให้ความหมายคำจำกัดความของศัพท์ผิด เขียนเนื้อเรื่องผิดเรื่อง อาจไปตัดต่อย่อจน ต่อไม่ถูก เราเลยสรุปเองว่าดอกเตอร์คนนี้คงไม่ได้เขียนเองเพราะเธอไม่น่าจะสะเพ่ราผิดได้ขนาดนี้ คงให้เจ้าหน้าที่ที่จบที่มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นแห่งนี้เป็นผู้เขียนให้ เหมือนที่เคยทำกับงานอื่นๆ เราคืนให้ที่คณะแล้วบอกว่าไม่ต้องส่งงานของดอกเตอร์คนนี้มาให้ตรวจอีก และไม่อนุญาตให้เขียนชื่อของเราในฐานะอะไรทั้งสิ้นในหนังสือของเธอ เพราเราไม่อาจรับรองคุณภาพของดอกเตอร์คนนี้ได้เลย

หลายครั้งที่หลายคนที่เผชิญกับดอกเตอร์ผู้นี้แล้วต้องย้อนกลับมาถามว่าเธอจบจากที่ไหน ใครเป็น supervisor ได้ยินแล้วสะดุ้งเพราะเธอจบป.เอกจากมหาวิทยาลัยเดียวกับที่เราจบป.ตรี sup. ของเธอเคยสอนเราตอนป.ตรี เราไม่อยากโทษมหาวิทยาลัยเพราะสถาบันสร้างคนทุกประเภทออกสู่สังคม การคุมคุณภาพคงทำได้ในระดับหนึ่งเพราะทราบว่าระบบเปลี่ยนไปทำให้ตอนนี้ต้องคุมให้ป.เอก ป.โทจบตามเวลามากที่สุด ดังนั้นผลไม้ยังไม่สุกก็ต้องตัดหางปล่อยออกมา เลยเหมือนกับว่าครบตามเวลาก็ต้องพยายามปล่อยออกมา ไม่มีเวลาให้สำหรับคำว่าคุณภาพ เราเลยได้ดอกเตอร์ครึ่งสุกครึ่งดิบ หลอกคนเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ที่ร้ายกว่านั้นที่น่าห่วงเหมือนดอกเตอร์คนนี้ในสถาบันแห่งนี้ที่ไม่มีใครสนใจ จะสอนผิดถูก ให้เจ้าหน้าที่สอนแทน(นศ.เคยฟ้องมาแล้ว) ตรวจข้อสอบข้อเขียน ฯ ให้เจ้าหน้าที่เขียนแทนผิดถูกไม่มีใครสนใจ อนาถใจตรงที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้พยายามสร้างภาพให้เกิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น คุณภาพก็คงระดับท้องถิ่นจริงๆ น่าสงสารลูกหลานของพ่อแม่ของบางครอบครัวที่หวังในตัวลูกหลานที่จะได้ในสิ่งที่ดีๆ ฯลฯ หลายเรื่องที่ไม่อยากทบทวนเขียนเรื่องของสถาบันนี้ นอกจากจะพูดกับตัวเองว่า น่าสงสารพวกเขาหลายคน ที่มีโอกาสดีมากที่ได้เกิดมาเป็นครูคน แต่กลับใช้โอกาสนั้นสร้างและทำในสิ่งที่ขัดต่อคุณธรรมครู ไม่ละอายต่อเด็กที่เรียกขานคุณว่าครู อาจารย์

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

1 Nov: เตรียมสอน

วันนี้บ่าย 3 ไปโอนเงินค่าพิมพ์หนังสือที่ระลึกกฐินพระราชทานไปกทม.ที่เทสโก  แวะหาซื้อของโปรดไม่มีหมดเกลี้ยง ถั่วกาแฟเขาช่อง แถมถั่วสารพัดหมด เลยไม่ได้ซื้ออะไรนัก เพราะมันรู้สึกอิ่มที่เห็นของหมด เฮ้อ!

น้ำท่วมขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ...อยากบ่นอะไรตั้งมาก มากๆ แต่ต้องเก็บในใจ เขียนได้อย่างเดียวว่า เคราะห์กรรม

และกรรม ส่งผลจริงๆ แต่มากเกินคาดคิด และสงสารสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

วันนี้เตรียมสอนมลพิษสวล. ทั้ง course syllabus และ powerpoint มีcase study ให้ศึกษามากมาย

เตรียมสอนจนเหนื่อย ไม่เขียนอะไรแล้ววันนี้

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

30 Oct: น้ำท่วม :อาหารไม่บูดเร็วทำอย่างไร ช่วยบอกต่อๆด้วยค่ะ


วันนี้ฝนตกหนักมากช่วงบ่าย แต่ไม่นานนัก บ่ายแวะไป Makro ซื้อเครื่องดื่ม ถวายพระที่พรุ่งนี้จะมาช่วยกันตรวจข้อสอบนักธรรม มากันประมาณร้อยรูป ปกติไม่ค่อยชอบไปห้างนี้เท่าใดนัก ค่อนข้างวุ่นวายและไม่ชอบกลิ่นข้างใน แต่วันนี้จำเป็น ก็เห็นของหมด shelf เป็นอะไรที่แปลกใจมาก แต่ก็พอเข้าใจ สภาพแบบใหม่ที่เขาเรียกกันว่า กระต่ายตื่นตัว :) ก็แล้วแต่จะตื่นมากตื่นน้อย คิดแล้วเราก็เหมือน..ว่าแต่เขาอิเหนาก็เคยเป็น ตอนเราไปเรียนที่อังกฤษ ครั้งแรกที่ไปขนของกินอย่างเดียว 5 กระเป๋า ทั้งๆไม่ไช่ภาวะสงครามหรืออะไร เป็นแค่คนบ้านนอกกลัวอดอาหารไทยเวลาไปตปท. แล้วนี่ประสาอะไรกับภาวะที่ไม่ปกติ แต่เรายังประมาทอยู่ ไม่ได้ซื้อของกินอะไรเก็บเท่าที่ควร มีแค่ขนมซื้อมาอาทิตย์เดียวก็กินหมดแล้ว

ติดตามดูข่าวน้ำท่วมต่อไป ได้ความรู้เกี่ยวกับแพจากวัสดุต่างๆ รูปแบบต่างๆ เลยคิดไว้ว่าจะให้นักศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เรียนวิชามลพิษสิ่งแวดล้อมในเทอมนี้ ประดิษฐ์ ไว้ใช้แจกตอนน้ำท่วมภาคใต้ เทอมนี้มี case study ให้นักศึกษาได้เรียนรู้หลายประเด็น อย่างน้อยประเด็นแรกที่ให้เด็กค้นคว้า คือทำไมน้ำท่วมมากขนาดนี้ ให้หาเหตุผลทุกกรณีที่เป็นปัจจัย และปัจจัยที่ทำให้น้ำเสีย การจัดการน้ำเสียที่เกิด

อีกเรื่องที่ดูข่าวช่อง3 ที่ร่วมกับนายตัน ที่คิดว่าตั้งใจดี มีจุดประสงค์ดี แต่ไม่น่าจะเกิดผลเท่าใดนัก คือการเอาอาหารกล่อง อาหารสดที่ปรุงเสร็จที่คนมาบริจาค ใส่ตู้แช่แข็งที่ -5 C เพื่อให้อาหารเสียช้า เพราะที่ผ่านมาอาหารมักจะเสีย บูดเมื่อถึงมือผู้บริโภค เป็นความตั้งใจดี แต่อยากให้เขาทดลองเอาอาหาร(ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ฯ) ที่แช่แข็งแล้วนั้นออกมาตั้งให้คลายเย็นว่า ใช้เวลาเท่าใดจึงคลายเย็นหมด และเมื่อคลายแล้วหากไม่มีไฟฟ้า หรือแก๊สหุงต้มสำหรับอุ่น อาหารเหล่านั้นทานได้หรือไม่ ให้สังเกตุเม็ดข้าวดูให้ดี เพราะเราเคยทดลองมาแล้ว เคยทำมาแล้วตอนเรียนที่ตปท. แล้วจะรู้ว่าไม่work อยากให้มีการบอกเสนอไปยังช่อง3 ก่อนที่จะทำมากกว่านี้ หากเป็นการส่งไปที่ๆมีไฟฟ้าใช้ก็ย่อมได้ จริงๆวิธีการถนอมอาหารให้ยาวเป็นวันก็มีวิธีเช่น หุงข้าวสวยใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย (ไม่ให้เปรี้ยว) ข้าวจะบูดช้า หุงข้าวให้ค่อนข้างแห้งไม่แฉะหรือเปียกมาก ตักข้าวใส่กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกตอนอาหารเย็นลงแล้ว (ปิดคลุมภาชนะระหว่างรอ) เพื่อลดไอน้ำในกล่องหรือถุงลง กับข้าวที่ปรุงให้พยายามใส่เครื่องเทศ เช่นกระเพรา โหระพา ขมิ้น แต่ต้องผัดให้สุก เน้นต้องให้สุก ผัดผักทุกอย่างต้องสุก อย่าแบบครึ่งสุกครึ่งดิบ หรือไม่ก็ไม่ใส่ผัก โดยเฉพาะเห็ดไม่ควรใส่ หากเป็นข้าวหมูแดงไม่ต้องหั่นหมูเป็นชิ้นๆ ให้หั่นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวเท่าที่จะให้ เพื่อลดการ contaminate ลง แตงไม่ต้องใส่ ช่วงนี้หากทำเนื้อสัตว์ผัดเค็มแห้งๆใส่พริกไทย เนื้อสัตว์ผักซี่อิ้วดีที่สุด (อย่าให้แฉะมาก) แยกใส่ถุงต่างหาก ช่วงนี้ผักสดไม่ต้องแนบไป ภาวะเช่นนี้ไม่ต้องครบเครื่องเอาแบบที่ได้ทานดีกว่า ใครเข้ามาอ่านแล้วมีช่องทางบอกต่อช่วยบอกต่อด้วยค่ะ เพราะ meepole ไม่ได้ใช้ facebook

เข้าดูที่
http://meepole.blogspot.com/2011/10/blog-post_30.html

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

29 Oct: ธรรมชาติสั่งสอน


ทหารไทย รั้วของชาติ คนของแผ่นดิน

ตอนนี้กรุงเทพก็แย่มาก น้ำท่วมแผ่กระจายไปเรื่อยๆ เหมือนน้ำเขามีชีวิต ยกพลขึ้นบก โจมตีบุกไปเรื่อยๆ เสมือนหนึ่งโกรธแค้นคนมานาน ที่ไม่เกรงใจไปรังแกเขา ไปบุกรุกที่ๆเขาเคยอยู่ ไปถมที่ๆเขาเคยพัก ไปขวางเส้นทางที่เขาเคยจร สร้างเป็นโรงงาน เป็นหมู่บ้าน ถมเป็นที่รอขายมากมาย และที่ร้ยกว่านั้นคนไปรังแก ทำลายเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของน้ำคือ ต้นไม้ ไปตัดไม้ทำลายป่า น้ำขาดผู้โอบอุ้ม ขาดความอบอุ่น จึงไม่มีใครจะเหนี่ยวรั้งเขาได้ เลยเข้าโจมตี แสดงพลัง จากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่งบุกไปเรื่อยๆ แม้เจอที่กีดขวางหลายสิ่งก็ไม่ย่อท้อ ทัพหน้าตะลุย ทัพหลังตลบหนุนมาเรื่อยๆ เจอด่านหลายด่านที่คนทำไว้ดักน้ำ ที่ล้วนผ่านกาลเวลาที่ผ่านมานาน ไม่เคยตรวจตรา บำรุงดูแล ไม่รู้ว่าชำรุดหรือไม่ ไม่สำรวจว่าแข็งแรงหรือไม่ อยู่ด้วยความประมาท น้ำผู้ทรงพลังเย็นแต่แต่ไม่เฉื่อย และสามัคคีรวมพล สั่งงานประสานสามัคคี

เมื่อเข้ากรุงจึงกระจาย แบ่งสายออกไปทั่ว ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ ตอนนี้คนหลายฝ่ายต่างก็ออกมาทำหน้าที่ปกป้องในทุกรูปแบบ ตามแต่บทบาท หน้าที่ที่รับผิดชอบ และอีกหลายฝ่ายก็ได้โอกาสที่ดีที่จะใช้โอกาสวิกฤตนี้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่งดงามในการช่วยเหลือกัน ตามแต่โอกาสและก็ได้แต่หวังว่าเมื่อเขาท่องเที่ยวกวาดล้างจนพอแล้ว เขาจะกลับไปยังที่ๆเขามาอีกครั้ง พร้อมกับเหลือร่องรอย และบทเรียนอีกมากมายทิ้งไว้ให้ศึกษา ทิ้งปัญหาให้ต้องแก้ไข ปรับปรุง จัดการ ไม่รู้เหมือนกันว่าคนจะได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนครั้งนี้บ้าง

หากเราไม่โทษน้ำ ไม่โกรธน้ำ เราจะเห็นจุดบกพร่อง และความผิดที่เราไปเบียดเบียนเขามานานแสนนาน เขาได้พยายามส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่ใส่ใจ คิดว่าคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมองและจัดการทุกอย่างได้ ไม่ยำเกรงธรรมชาติคิดประมาทว่าเขาทำอะไรเราไม่ได้

ดังนั้นบทเรียนชีวิตครั้งนี้ หวังว่าคงไม่คำนึงเพียงแค่การคำนวณออกมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียเพียงอย่างเดียว เพราะหากเรายังมองสิ่งที่เกิดขึ้นในแง่ของมูลค่าตัวเงิน ก็หมายความว่าเรายังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
________________________________________________________
วันนี้ทำอาหารไปถวายเพลพระอาจารย์ เอากาแฟ คุ๊กกี้กระป๋อง ไปถวายท่านสมบูรณ์ ไว้เลี้ยงพระที่จะมาตรวจข้อสอบกัน 100 กว่ารูปขากลับแวะซื้อขนมสองสามแห่ง 

เมื่อวานตรวจต้นฉบับ final draft ส่งโรงพิมพ์เสร็จก็ว่างสบายไปอีกงาน จากนี้คงต้องเตรียมสอนต่อสัปดาห์หน้าเปิดเรียนแบบเรียนจริงแล้ว

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : ด่างทับทิมใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

 

วันนี้นั่งเขียนเรื่อง  

น้ำท่วม : ด่างทับทิมใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ตามอ่านได้ที่นี่  http://meepole.blogspot.com/2011/10/blog-post_28.html

ครึ่งวันเศษ อ่านหลาย paper บางเรื่องน่ากลัวจัง  มุดไปมุดมาเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดที่เป็นดาบสองคม ของด่างทับทิม เหมือนที่เขาว่า มีคุณอนันต์ มีโทษมหันต์ คงเอาบางส่นที่เขียนได้มาเล่า บางเรื่องอยู่ในคดีศาลของตปท.ที่ไม่อนุญาตให้ reposted ขนาดเขียนห้ามไว้ดังนี้
IMPORTANT NOTE: THIS MATERIAL IS COPYRIGHTED BY THE AUTHOR AND MAY NOT BE REPOSTED, REPRINTED OR OTHERWISE USED IN ANY MANNER WITHOUT THE WRITTEN PERMISSION OF THE AUTHOR

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วม: ด่างทับทิม อย่าเข้าใจผิด อันตราย


เมื่อเช้านี้ได้ดูข่าวของ TV ช่อง PBS ที่มีการเชิญหลายๆคนที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆออกมาให้ความรู้ เป็นรายการที่ดี ที่ meepole ได้โอกาสเรียนรู้หลายๆเรื่อง ดังนั้นไม่ว่าโทรทัศน์ช่องใด ใครเชิญใครมาให้ความรู้ก็จะดูและฟังเรียนร่วมรู้ไปด้วย และเชื่อว่ามีคนส่วนมากก็ติดตามเรียนรู้เช่นกัน  ดังนั้นการเสนอหรือแนะอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือที่ทำให้ เข้าใจผิด เป็นดาบสองคมที่อันตรายมากในตอนนี้ ที่คนกำลังตื่นกลัว กังวล บอกอะไรเขาก็ทำตามหมด

แต่เช้านี้มีการเชิญอาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาพูดเรื่องน้ำดื่ม หลายอย่างที่พูดแปลกๆ แม้จะไม่ถูกต้องบ้างก็ไม่ serious ฟังไปเรื่อยๆแล้วก็บอกคนที่บ้านเราเองว่าตรงนี้ไม่ไช่ ตรงนี้ไม่ถูก ที่ถูกเป็นอย่างไร กลัวเข้าใจผิด พอดีมีแม่บ้านโทรเข้าในรายการ ถามเรื่องด่างทับทิม ที่เขามีอยู่ว่าจะใช้ฆ่าเชื้อได้ไหม ใช้อย่างไร  ใช้แค่ไหนจึงพอ เพราะเธอไม่มีคลอรีน  อาจารย์ท่านนี้อธิบายว่าใส่  2 หยด เธอก็บอกว่าด่างทับทิมเธอเป็นผง (จริงๆเป็นผลึก) ดร.ท่านนี้บอกว่าให้เอาไปละลายน้ำก่อนใช้ แล้วเก็บไว้ เวลาใช้ก็บีบใส่ 2 หยด  (ตรงนี้ไม่ถูกนักค่ะ)  และมาถึงตรงนี้พิธีกรถามว่าแล้วใช้น้ำยาอุทัยที่เป็นสีชมพูแบบนั้นจะเหมือนกันไหม ได้ไหม  ตอนนี้ดร.ท่านนี้บอกว่าเหมือนกัน หรือว่าไช่ ?? และจากนั้นพิธีกรถามในลักษณะที่มีคำตอบที่ทำให้เข้าใจว่าน้ำยาอุทัยกับเจ้าด่างทับทิมที่ละลายน้ำแล้วเป็นสีชมพูนั้นมีผลฆ่าเชื้อได้ และอาจเข้าใจผิดคิดต่อได้ว่ามันคือส่วนผสมที่คล้ายกัน (หากใครสามารถ replay เทปนี้ให้ลองเปิดดูและฟังใหม่)  ตรงนี้ ทำให้ เรารู้สึก serious เพราะความเข้าใจผิดตรงนี้ มีผลต่อสุขภาพและถึงแก่ชีวิตได้
จึงต้องเขียนหัวข้อนี้ น้ำท่วม :อันตราย อย่าเข้าใจผิด อุทัยทิพย์ ไม่ไช่ด่างทับทิม  ขึ้นมาเพื่อใครที่ได้ฟัง และเข้าใจผิดจะได้เข้าใจใหม่และอยากให้บอกต่อๆให้เข้าใจด้วย ว่าด่างทับทิม ไม่ใช่น้ำยาอุทัยทิพย์ และน้ำยาอุทัยทิพย์ไม่มีส่วนผสมของด่างทับทิม แม้ว่าจะมีสีชมพูอมม่วงเมื่อใส่ในน้ำ และวัตถุประสงค์การใส่ และคุณสมบัติของ2 สิ่งนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
อ่านรายละเอียดที่ http://meepole.blogspot.com/

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

25 Oct:

วันนี้ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต เตรียมต้นฉบับหนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทานของวัด ส่งโรงพิมพ์ที่กทม. ทะยอยส่งจนตอนนี้ 5 ทุ่มเศษยังไม่เสร็จ

ตามข่าวน้ำท่วมเป็นระยะๆ สมาธิอยู่ที่งาน แต่ก็พอรู้ว่าวันนี้กรุงเทพวุ่นวยมากว่ทุกวันเพราะประกาศเตือนด่วนให้อพยพ ดอนเมืองท่วม สนามบิน นกแอร์หยุดบิน สั่งหยุดงาน เลื่อนเปิดเทอม วุ่นวายไปหมด

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

24 Oct: น้ำท่วม: น้ำเสีย-EM


อยู่บ้านทั้งวัน ทำความสะอาดบ้าน เสร็จเมื่อยมาก สงสัยจะแก่จริงๆ ไม่ไช่เริ่มแก่ :)

ติดตามข่าวน้ำท่วมต่อ วันนี้เริ่มมีข่าวน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นบางแห่งแล้ว นี่เป็นแค่เริ่มต้น อีกประมาณเดือนเศษ จะมัปัญหาในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนไม่พ้นที่จะเริ่มมีคนเสนอให้ใช้ EM อีก วันนี้เลยเห็นบางหน่วยงานแจก EM เหลวไปฉีดแบบรดน้ำต้นไม้ ลงในพื้นที่ที่น้ำเริ่มเสีย  บางคน บางแห่งเริ่มรณรงค์ให้ช่วยกันทำ EM ball เพื่อเอาไปทิ้งในที่ๆน้ำเสีย ได้ยิน ได้เห็น และได้อ่านแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายหรือบอกได้ยังไง เพราะสังคมตอนนี้ถ้าไม่ไช่ศิษย์ก็สอนยาก แนะไม่ได้ข้อโต้แย้งตามมาวุ่นวาย แต่กังวลว่าหากมีการใช้ไม่ถูกวิธี ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เปลืองงบมหาศาลแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพอีกด้วย หวังว่ากระทรวงวิทย์สวล คงมาดูแลนะ และบางครั้ง EM ไม่ไช่คำตอบของทุกอย่าง เรายังเคยคิดและบอกกับน้องๆที่จบจุลฯมาว่าศึกษาให้ดี อ่าน paper ให้มาก เพราะมีข้อโต้แย้ง ข้อสรุปที่แตกต่างกัน มีเงื่อนไขการใช้ ฯ  ทำความเข้าใจให้ดี และวิเคราะห์ให้ลึกเชิงเศรษฐกิจด้วย ก่อนจะแนะหรือสอนใครให้รู้จัก EM อย่าเอาแต่ตะบันใช้ รู้จักพื้นฐานเชื้อให้ดีก่อน
 Szymanski, N. and Patterson, R.A. (2003) Effective Microorganisms (EM) andFuture Directions for On-site Systems: Best Management Practice.by Patterson, R.A. and Jones, M.J. (Eds). Held atth September to 2nd October 2003.) in Proceedings of On-site ’03 Conference University of New England, Armidale 30

น้ำท่วม น้ำคำ น้ำใจ


เช้านี้ดูข่าวช่อง 3 มีนักข่าวถามผู้ที่จะอพยพออกจากศูนย์ช่วยเหลือของธรรมศาสตร์ที่เคยช่วยพวกเขาไว้เมื่อหลายวันมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ธรรมศาสตร์ถูกน้ำท่วม ถูกตัดไฟ เดือดร้อนเหมือนที่อื่นๆแล้ว สิ่งที่เขาได้มีน้ำใจช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ การอำนวยความสะดวกต่างๆลดลง การอพยพที่มากขึ้นทำให้แออัดไม่สบายเหมือนก่อน แลความสบายกำลังหมดไปเพราะถูกตัดไฟเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน ทุกคนที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือที่ไปๆมาๆก็เหนื่อยล้า และเดินทางมาลำบากแล้ว

ในศูนย์ช่วยเหลือมีผู้อพยพมาพึ่ง 4000 กว่าคน  นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งที่คนอพยพกลุ่มนี้ตอบนักข่าว " อยู่ไม่ได้แล้วตอนนี้ต้องอพยพขึ้นชั้นบน ไปรวมกันกับที่มีอยู่เดิม  เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก เด็กจะแก้ผ้านอนอยู่แล้ว เขาร้อน ชัก พัดจนเหนื่อยทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก อาหารเพิ่งได้กินมื้อเดียว ร้อนมาก ญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้ทรมาณ เขาจะช่วยย้ายไปรักษาที่โคราช ก็ไม่ไปเพราะเขาให้ไปคนเดียว ตอนนี้ลำบากมาก ต้องเดินออกมา ทหารไม่มาส่ง ....." น่าสงสารน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ความเหน็ดเหนื่อย ความกังวลในเรื่องของตัวเอง การที่ตัวเองและญาติเดือดร้อน การที่ตัวเองและญาติไม่ได้รับความสะดวก การที่ญาติและตัวเองยังไม่ได้รับการบริการที่เร่งด่วน ...เราก็ดูด้วยความอึดอัด โชคดีมากที่ผู้สื่อข่าวที่กำลังสัมภาษณ์มีความคิด ไม่ไช่หุ่นยนต์หาข่าว จึงได้ตอบเขาไปทันทีที่เขาพูดว่าว่า "เขาปิดแอร์ แอร์ก็ไม่มี ร้อนมาก" ว่า  ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเขาถูกตัด เป็นการเตือนสติเขาได้บ้าง ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปิดแอร์ เขาบริการเปิดให้มาโดยตลอด แต่ตอนนี้จำเป็นน้ำท่วมไม่ปิดไฟ ถูกช็อตตายไปก็ถูกตำหนิอีก โดนทั้งขึ้นล่อง


 ....ตัดมาที่ห้องข่าว คุณสรยุทธ์ก็ช่วยแก้ให้ทหารทันทีเช่นกันว่า  ผมขออธิบายที่พูดว่า "ทหารไม่มาส่ง" ว่า "ผมอยู่และเห็นการทำงานของทหารที่นั่น เขาเหนื่อยกันมากในการพยายามทำงานเพื่อช่วยส่วนรวม ทำสะพานหลายจุดเพื่อให้พวกเขาได้เดินข้ามออกมา ทหารมาทำงานตั้งแต่ตี 5 และเร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อทำในสิ่งที่รองรับส่วนรวมที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน" เราฟังแล้วโดนใจ เป็นสิ่งที่เราอยากบอกหลายๆคนที่เดือดร้อนเช่นกันว่าตอนนี้ทุกคนต้องพยายามมองอะไรให้ออกไปไกลตัวหน่อย เพราะทุกคนพยายามในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือกัน แต่ตัวเองต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนเท่าที่ทำได้และไม่ต้องกล่าวโทษใคร เพราะการคาดหวังจะรับอย่างเดียวตลอดเวลาจากเหตุการณ์ที่ส่วนรวมมากมายเดือดร้อนให้ทันใจถูกใจทุกคนย่อมเป็นไปไม่ได้ ต้องเข้าใจกัน (กรณีนี้ไม่ขอใช้คำว่า "ให้อภัยกัน" เพราะอาสาสมัคร ทหาร หรือคนที่มาช่วยเหลือ ที่ไม่ได้ช่วยเหลือคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ผิด เพราะเขาก็มีภาระเร่งด่วนที่จะต้องช่วยเรื่องด่วน เรื่องใหญ่ ฉุกเฉินกว่า) หากพอดูแลตัวเองได้ต้องทำ และไม่ควรกล่าวโทษใคร ให้เกิดการเข้าใจผิด หรือบั่นทอนกัน คิดดี คิดให้ถูกก็ลดทุกข์ คนอื่นอีกมากมายที่เดือดร้อนกว่ายังมี

หลังจากนั้นรองอธิการ มธ.คนหนึ่งก็ออกมาพูดตอนหนึ่งถูกใจมากว่า " เราที่นี่เป็นศูนย์ช่วยเหลือ ไม่ไช่ที่กักกัน ดังนั้นตอนนี้ไม่สะดวกแล้ว ใครจะย้ายออกไปก็สามารถไปได้... และตอนนี้อาสาสมัดรของเราก็มีน้อยลงเพราะเหนื่อยล้าแม่ครัวกลับกันหลายคน ทำกันมาหลายวัน  และเดินทางมาลำบากแล้ว ....."

อยากให้ผู้ติดตามข่าว รู้จักแยกแยะระหว่างคำพูดของคนที่ต้องการจะรอรับความช่วยเหลือและไม่ได้ดั่งใจ กับผู้ที่พยายามที่จะเร่งและทำงานช่วยเหลือที่ไม่ได้ช่วยเพียงจุดเดียว เรื่องเดียว ที่ทำไม่ได้ดั่งใจคนรอรับความช่วยเหลือ 

และสิ่งที่เราอึดอัดใจก็มีคนมาช่วยให้ความยุติธรรมกับพวกเขา รั้วของชาติ ด้วยข่าวและภาพนี้

"คำขอบคุณและแรงใจ มอบให้ทหารช่วยน้ำท่วม"


หากดูแล้วเข้าใจพวกเขา ขอบคุณพวกเขา(ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ) ที่ทำดีที่สุดแล้วก็อยากให้ช่วยบอกต่อๆกัน การได้สรรเสริญและเผยแพร่ความดี ของคนทำดี  น้ำท่วมบ้าน อย่าให้น้ำท่วมใจ อย่าให้น้ำท่วมปาก ช่วยกันยกย่องคนทำดี อย่าให้มีการบั่นทอนกันด้วยน้ำคำในภาวะวิกฤติเลย ก็เกิดกุศลค่ะ

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

22 Oct: ตั้งใจ บริสุทธิ์ใจ จริงใจ


เช้าเขียนหนังสือต่อจนบ่าย  ออกไปติดต่อโรงพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทาน แต่โรงพิมพ์ที่นี่คิดแพงมากๆ เลยติดต่อไปที่กรุงเทพ  แล้วไปสั่งอาหารถวายพระพรุ่งนี้ ไปซื้อของสำหรับถวายพระพรุ่งนี้ที่ Big C  ตกใจมากของหายยก shelf งงๆ เลยคุยกันเองว่าทำไมเขาตกใจฝนตกเมื่อคืนหรือไง เลยกลัวน้ำท่วม ขณะบ่นกันก็สวนกับชายกลางคนที่เข็นรถที่ของพูนรถ เขาตอบเราว่านี่คุณเขาซื้อกันเพราะกลัวว่าจะไม่มีของ เพราะน้ำท่วมของจะไม่สามารถส่งลงมาได้ ของจะขาด และจะแพงมาก มีเงินอาจซื้อของไม่ได้เพราะไม่มีของ เออ ! เขาคิดกันไกลดี เขา(ส่วนใหญ่) อาจคิดถูก แต่แปลกที่เรายังไม่กังวล ไม่รู้ว่าตัวเองประมาทไปหรือเปล่า มองในตะกร้า เห็นเขาซื้อน้ำมันมากกว่า 10 ขวด น้ำเปล่าหลาย pack เราไม่ซื้ออะไรเพิ่มนอกจากของถวายพระ แต่เดินรอบๆเพื่อดูว่าอะไรที่เขาซื้อตุนกัน

ช่วงนี้เราได้เรียนวิชารับมือวิกฤติน้ำ หลายวิธี หลายเรื่อง ปวดหัวดี เพราะสารพัดรูปแบบ ทั้งจากตำราที่เอามาอ้างอิง  จากประสบการณ์ จากนักวิชาการ จากชาวบ้านที่มีประสบการณ์ เหนื่อยแทนบางคนที่พยายามช่วย ออกความคิดเสนอแนะ  เราเข้าใจพวกเขานะ เราไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมบางคนที่มีหน้าที่ไม่ฟัง หรือฟังแต่ไม่เชื่อ แล้วไม่ลอง ?? model น้ำดันน้ำ

ตอนนี้อยากบอกใครหลายๆคนว่า คงต้องพยายามซื่อสัตย์ จริงใจ รักแผ่นดินเกิดมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนกลุ่มได้แล้ว ประเทศชาติ ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน ไม่มีใครจะมีความสุขจากการแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝงต่างๆจากเหตุการณ์ตรงนี้หรอก ไม่ช้าก็เร็วบาปกรรมมีจริงนะเออ ขอเพียงตั้งใจ บริสุทธิ์ใจ จริงใจในการแก้ปัญหา  เพียงแค่นี้ไม่มีอะไรที่แก้ไม่ได้

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

21 Oct: แล้วก็เรียนรู้จากสื่อ



วันนี้ซ้อมใหญ่รับปริญญา ฝนตกช่วงเช้าแต่ไม่นาน หลังจากนั้นก็มีแสงแดด ดีใจแทนแม่ค้าพ่อค้าที่ขายของริมทาง ไม่งั้นตุ๊กตา ดอกไม้เปียกหมด ส่วนที่จ่ายค่าเช่าในมหาวิทยาลัยก็มีเต็นท์เล็กๆ ยังไงฝนตกก็เปียกเช่นกัน อาทิตย์หน้าอีก 7 วันจึงรับปริญญา ตอนนี้ก็เร่งปูฟุตปาทตลอดทางเข้าในมหาวิทยาลัยระยะทางประมาณครึ่งกิโลเมตร อีกด้านเพิ่งรื้ออิฐบล็อกออก เลยภาพทางเข้าไม่สวยงามนัก อาทิตย์หน้าคงเสร็จทัน รอยรั่วหอประชุมคงปะแล้ว ที่ห่วงคือน้ำที่ขังทุกครั้งใต้หอประชุมเมื่อฝนตก หากเกิดฝนตกวันนั้น หรือก่อนหน้านั้น บัณฑิตคงลำบากหน่อย หอประชุมนี่เพิ่งสร้างเสร็จราคาเกือบ 200 ล้าน รั่วแล้วรั่วอีก ซ่อมใหญ่หลายล้านแล้วในปีที่ผ่านมา ซ่อมประมาณ 3 ครั้งท่ามกลางความแปลกใจของหลายคนที่รู้เรื่อง แต่เราไม่แปลกใจเพราะเข้าใจธรรมชาติของ "คน บริหาร" (ที่นี่) ไม่เป็นไร เงินภาษีแผ่นดิน เงินแผ่นดิน ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

บ่ายไปเยี่ยมท่านทิม ที่ไม่สบายเพิ่งออกจากรพ. ต้มน้ำขิงแก่ไปให้ด้วย สนทนาประมาณ 1 ชั่วโมงกลับ

วันนี้ทองคำบาทละ 23,950 ถือว่าราคาลงมากพอสมควร กิ่งเลยโทรมาบ่น (ตอนราคาสูง ไม่บ่นแฮะ) เราเองก็ไม่เคยติดตามสนใจก็ได้แต่ช่วยรับฟังๆๆๆ มึนไปเลย

ในที่สุดน้ำเข้ากทม.ได้ วันนี้ก็เลยล้นคลองประปามาถึงหลักสี่ วิภาวดี ติดตามข่าวจากสื่อทุกสื่อ ได้ยินได้เห็น ได้รับรู้จากสื่อแล้ววิเคราะห์การจัดการ การทำงานแก้ปัญหา แล้วเห็นด้วยกับที่รมต.จีนที่เข้ามาศึกษาดูการแก้ปัญหานี้ได้พูดวิจารณ์ไว้ แต่ก็นั่นล่ะเพราะนี่คือ การทำงานแบบไทย ก็ต้องเอาใจช่วยปชช.ตาดำๆ  และก็มีข่าวมากมายที่วิพากย์การทำงานของฝ่ายต่างๆทั้งบวกและลบ

สังคมตอนนี้ บ่นก็ไม่ได้ เตือนก็ไม่ได้  ว่าก็ไม่ได้  ติก็ไม่ได้  ตำหนิก็ไม่ได้  แนะนำก็ไม่ได้  เป็นถูก post ด้วยคำไม่สุภาพตามมามากมาย กล่าวชมได้อย่างเดียว  ประเทศเลยพัฒนาช้า การยกยอปอปั้นใครถูกปั่นก็ชอบ แต่ส่วนมากคำเหล่านั้นไม่สร้างสรรค์อะไรเลย สงสารคนที่หวังดีต่อประเทศหลายๆคน ตอนนี้เลยเก็บปากเก็บคำ ขนาดเก็บก็ถูก post ว่าอีก ว่า...หายหั_ ไปไหนหมด

เตือนก่อน ก็ถูกด่าว่าตื่นตูม บอกหลังเกิดเหตุขึ้นแล้ว ก็ว่าดีแต่พูดทำไมไม่บอกก่อน ยุคนี้ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง คนที่ตั้งใจจะทำในสิ่งที่ดีและถูกต้องจึงต้องเข้มแข็ง ไม่สั่นคลอนหรือหวั่นไหวต่อคำพูดต่างๆ เชื่อมั่นในความถูกต้อง ความตั้งใจดี ความดีของตนเอง เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคนดีจะเห็นเอง

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

18 Oct: อ่านแล้วเปรียบเทียบ


ที่มาภาพ: timeisloveblog.com

ข่าวน้ำท่วมยังคงวุ่นวาย ดูไปก็เกิดความรู้สึกหลายอย่าง ชีวิตนี่อนิจจังจริงๆ เคยได้ยินที่ว่า จนหรือรวยสุดท้ายก็เชิงตะกอนเดียวกัน  ตอนนี้เห็นจนหรือรวยเมื่อน้ำท่วมบ้านหมดก็ต้องมาศูนย์อพยพ (หากไม่มีบ้านญาติ) และก็เห็นคนไทยไม่ว่าอาชีพ ฐานะอย่างไรเมื่อเดือดร้อนก็มีคนที่มีน้ำใจช่วยร่วมแรงร่วมใจกัน เห็นภาพสามัคคีกระสอบทรายแล้วอยากให้จิตที่ดีเช่นนั้นเบ่งบานในใจเขาตลอดไปจัง

“My religion is very simple. My religion is kindness.”

-Dalai Lama

แต่เราได้อ่านข่าวจากหลายๆที่ก็ได้ทั้งส่วนดีและไม่ดีของคนในยามลำบากอ่านแล้วก็เหนื่อยใจแทนคนทำงาน เหมือนกัน แต่คนดีย่อมไม่ท้อแท้ ทองแท้ไม่แพ้ไฟ และทหารเป็นขวัญใจและที่พึ่งของประชาชนเสมอ
ลองอ่านจากแหล่งเหล่านี้แล้วเปรียบเทียบกัน ข้อคิดที่ได้คือ ใครอาบน้ำคนนั้นก็เปียก ผู้ให้ย่อมได้รับ (อย่างแรกเลยคือปีติสุข)

"ผู้อพยพควรทำอะไรมากกว่านั่ง ๆ นอน ๆได้แล้วนะครับ"


ข้างล่างนี่อ่านแล้วซึ้งใจ...จังเลย
"ทหารขาดรักได้.....แต่ขาดเสบียงไม่ได้(คนปิดทองหลังพระ)ฉบับเต็มๆ"
"ขอบ่นดังๆหน่อยเถอะอึกอัด"


ไม่ได้ออกไปไหนทั้งวัน วันนี้นั่งตรวจข้อสอบเรื่อยๆ ลมพัดแรงเป็นระยะ ๆ

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมกับมุมที่มองด้วยความห่วงใย





วันนี้เห็นภาพข่าวถ่ายเขตที่น้ำท่วมไปเรื่อยๆ เห็นขยะลอยมากมาย เกิดความรู้สึกเป็นกังวลแทนมากๆ ก็ได้แต่คิดเงียบๆว่าอะไรที่น่าเป็นห่วง (ส่วนที่กระทบต่อคน)


  • ขยะที่ไม่มีที่ทิ้งที่จะกำจัดอย่างถูกวิธี  ขยะมากมายถูกทิ้งลงน้ำ ถุงพลาสติก กล่องโฟมจำนวนมากมายที่จะเหลือเป็นขยะลอยน้ำ แต่ขวดพลาสติกไม่น่าห่วงเพราะจะมีคนเก็บไปขายได้
  • สารปนเปื้อน สารอันตราย จากแหล่งต่างๆกระจายไปทั่ว (แต่มีมุมมองจากบางฝ่ายว่าน้ำมากเลยเจือจาง ไม่ต้องห่วง?)
  • สิ่งปฎิกูลมากมายที่ถูกทิ้งลงในน้ำ  แพร่เชื้อโรค แพร่โรค
  • คราบน้ำมัน ตัวทำละลายประเภทต่างๆ

ในอนาคตเมื่อน้ำเริ่มนิ่ง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพมากทีเดียว
  • กระสอบพลาสติกที่บรรจุทรายจำนวนมหาศาล เมื่อน้ำเริ่มลด ต้องรื้อกระสอบ สิ่งกีดขวางต่างๆออก เพื่อไม่ให้น้ำขัง
  • น้ำที่เน่าขัง เป็นแหล่งของเชื้อโรคต่างๆ ยุง แมลงวัน แมลงหวี่ ฯ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และอาจเป็นอันตราย
  • สารเคมี ยาฆ่าแมลง ที่จะถูกนำมาใช้
  • ดินเหนียว ดินทรายจำนวนมากที่ต้องเก็บโกย ไม่ให้อุดตัน กีดขวางการระบายน้ำ ทั้งคูคลองเล็กๆ และในท่อ ต่างๆ
  • กระสอบพลาสติกที่บรรจุทรายจำนวนเป็นล้านถุง ซึ่งจะเริ่มเปื่อย ยุ่ยหากเปียกชื้น เมื่อผ่าน 1- 2 เดือนไปแล้ว และหลังจากนั้นหากทิ้งไว้นานขึ้นก็ยุ่ยเป็นเศษ เป็นฝุ่น
  • ฝุ่นพลาสติกจำนวนมากที่ไม่มีใครคิดถึง เมื่อหายใจเข้าไปย่อมส่งผลต่อสุขภาพ
  • ฝุ่นจากดินหินคลุก ทรายที่กระจายไปทั่ว ส่งผลต่อระบบหายใจ ก็คงต้องล้างถนนครั้งยิ่งใหญ่
  • ซากพืช ซากสัตว์ ที่ค่อยๆเน่าเปื่อยมากมาย


ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ ความเข้มแข็งของจิตใจที่จะต่อสู้ปัญหาที่จะเผชิญหลังน้ำลด ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด เพราะคงยากที่จะให้ใครหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะช่วยได้ทั่วถึงและทันท่วงที วิธีคิดที่ถูกต้อง  ความอดทน การมีสติสัมปชัญญะ จะทำให้ภาวะเครียด ต่างๆค่อยๆผ่อนเบาลง

แต่ช่วงเวลานี้ที่คนกำลังตื่นตระหนก กังวล มากน้อยต่างกัน บางคนว่างๆนั่งๆนอนๆ บางคนคงหางานทำ คนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน หากหน่วยงาน องค์กรใดจะจัดกิจกรรมทางจิตวิทยา เสริมธรรมะ เพื่อการสร้างเกราะ เพื่มความเข้มแข็งทางจิตใจให้เขารู้จักเอาไปใช้คิดเมื่อยามทุกข์ หลังจากที่ไปเห็นว่าน้ำท่วมทรัพย์สินเสียหายอย่างไร จะได้คลายเครียดได้

อีกไม่นานทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี รอเวลา ...

เราเคยท่องกลอนบทนี้ไม่รู้ว่าใครเขียน จำได้มาเกินยี่สิบปีแล้ว น่าจะใช้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ว่า

ชีวิตเปรียบเหมือนเรือที่ลอยล่อง  หางเสือต้องถือให้มั่นมิหวั่นไหว
เมื่อพายุโหมกระหน่ำควรทำใจ  ว่าโพยภัยทุกข์มหันต์นั้นธรรมดา

ชีวิตเกิดมาเพื่อต่อสู้ และ
เผชิญกับทุกสิ่งด้วยความเข้มแข็งและมีสัมปชัญญะ 
 ตราบใดที่มีลมหายใจ ก็คงยังมีความหวังเสมอ
เอาใจช่วยทุกคนจริงๆ


วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

15 Oct: น้ำท่วม.. แต่อย่าให้น้ำท่วมใจ



สืบเนื่องจากเมื่อวานได้ยินเรื่องคนชอบสร้างภาพ และคนชอบเรียกร้องความสนใจ ทั้งเพื่อเรียก rating  เพื่อธุรกิจในอนาคตอันไกล้ หรือเพิ่ออะไรก็ตามที่แฝงอยู่ไม่มีใครคิดแทนใครได้หมด  วันนี้ก็เช่นกันญาติผู้อยู่รับรู้ รู้เห็นการกระทำเบื้องหลังที่หลายๆคนในวงการก็เห็นแต่ไม่มีใครอยากวุ่นวายด้วย เพราะน้ำเชี่ยวเอาเรือขวางไม่มีประโยชน์ รอน้ำลดดีกว่า.... วันนี้เลยเขียนเรื่อง

อย่าให้น้ำท่วมใจ ...งานนี้ขออย่ามีฮีโร่เลย
http://meecorner.blogspot.com/2011/10/blog-post_15.html

คุณค่าของคนเราไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่ได้รับ แต่..
ขึ้นกับสิ่งที่ได้ให้แก่คนอื่น



ที่มาภาพ: limparty.com